|
สำนักหอสมุดมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ถือกำเนิดมาพร้อม ๆ กับการก่อตั้งมหาวิทยาลัยในปี พ.ศ. 2486 โดยในระยะแรก ได้รับการช่วยเหลือจากต่างประเทศและในปี พ.ศ. 2491 องค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ (FAO) ได้แนะนำให้รวม ห้องสมุดของมหาวิทยาลัยซึ่งในขณะนั้นมีฐานะเป็นกรมหนึ่งของกระทรวงเกษตรและห้องสมุดของกรมกสิกรรมเข้าด้วยกันเป็น ห้องสมุดกลางบางเขน ซึ่งต่อมาเรียกว่า หอสมุดกลางบางเขน
พ.ศ. 2494 องค์การความร่วมมือทางการบริหารระหว่างประเทศ (ICA) ได้ส่งนางมาร์เบล ไรท์ มาช่วยจัดห้องสมุด ภารกิจสำคัญที่นางไรท์ ได้ดำเนินการ คือ การนำระบบการจัดหมู่หนังสือของรัฐสภาอเมริกัน (Library of Congress) มาใช้ในการจัดหนังสือของ ห้องสมุดกลางบางเขน ซึ่งเป็นการวางรากฐานของการจัดหมวดหมู่หนังสือในระบบนี้ อาจกล่าวได้ว่า ห้องสมุดกลางบางเขน เป็นห้องสมุดแห่งแรกในประเทศไทยที่ใช้ระบบนี้
พ.ศ. 2496 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯเสด็จพระราชดำเนินมาทรงเปิดหอสมุดกลางบางเขนแห่งใหม่ที่ตั้งอยู่หลังตึกพืชพรรณเมื่อวันที่ 2 มกราคม และหอสมุดกลางได้ยกฐานะเป็นแผนกห้องสมุด
พ.ศ. 2508 ได้ย้ายหอสมุดกลางบางเขนมาอยู่ที่อาคารเอกเทศสูง 3 ชั้น (ตั้งอยู่หลังอนุสาวรีย์สามบูรพาจารย์) มีพื้นที่ 1,638 ตารางเมตร มีพิธีเปิดเมื่อวันที่ 29 พฤษภาคม พ.ศ.2508 และใช้ชื่ออาคารว่า หอสมุดกลาง
พ.ศ. 2517 -2518 มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ได้รับงบประมาณจาก โครงการเงินกู้ธนาคารโลกเพื่อพัฒนามหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ มาก่อสร้างอาคารหอสมุดกลางหลังใหม่ทั้ง 2 วิทยาเขต (วิทยาเขตบางเขนและวิทยาเขตกำแพงแสน) นอกจากนี้ยังได้รับงบประมาณการพัฒนาทรัพยากรสารสนเทศ ครุภัณฑ์ตลอดจนการพัฒนาบุคลากร ในการวางแผนการดำเนินการพัฒนามีผู้ที่มีบทบาทสำคัญ นอกเหนือจาก ผ.ศ. ดรุณา สมบูรณกุล ผู้บริหารในขณะนั้นแล้ว ยังมี Dr. Dorothy Paker ผู้เชี่ยวชาญจากมูลนิธิรอ็กกี้เฟลเลอร์ มาช่วยวางแผนและเป็นที่ปรึกษาในการพัฒนาห้องสมุดตั้งแต่วันที่ 9 เม.ย - 31 พ.ค. 2517 และ Mr. J.R. Blanchard อดีตผู้อำนวยการห้องสมุด Shields Library แห่ง มหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย เมืองเดวิส สหรัฐอเมริกา ตั้งแต่วันที่ 26 พ.ย 2517 - 24 ก.พ. 2518
พ.ศ. 2518 มหาวิทยาลัยได้จัดสรรทุนฝึกงานตามโครงการเงินกู้ธนาคารโลกโดยใช้ระยะเวลาฝึกงาน 6 เดือน บรรณารักษ์ที่ได้รับทุนคือ นางพิบูลศิลป์ วัฒนพงศ์ ฝึกงานด้านเอกสารและวารสาร นางสมบูรณ์ ไทรแจ่มจันทร์ ฝึกงานด้านวิเคราะห์ทรัพยากรสารสนเทศ ณ มหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย เมืองเดวิส สหรัฐอเมริกา
พ.ศ. 2520 หอสมุดกลางได้รับการยกฐานะจาก "แผนกห้องสมุด" เป็น "สำนักหอสมุด" มีฐานะเทียบเท่าคณะ สำนัก สถาบันของมหาวิทยาลัย โดยมี ผ.ศ. ดรุณา สมบูรณกุล เป็นผู้อำนวยการคนแรกของสำนักหอสมุด การบริหารงานของสำนักหอสมุดแบ่งงานออกเป็น 5 ฝ่ายดังนี้ 1) ฝ่ายบริหารสำนักงาน 2) ฝ่ายงานเทคนิค 3) ฝ่ายบริการผู้ใช้ 4) ฝ่ายวารสารและเอกสาร 5) ฝ่ายห้องสมุดสาขา โดยได้จัดรูปแบบการบริหารห้องสมุดกลางและห้องสมุดคณะเป็นแบบศูนย์รวม (Centralization)
พ.ศ. 2522 การก่อสร้างอาคารหอสมุดกลางหลังใหม่ทั้ง 2 วิทยาเขต (วิทยาเขตบางเขนและวิทยาเขตกำแพงแสน) ดำเนินการเสร็จเรียบร้อย โดยอาคารสำนักหอสมุดวิทยาเขตบางเขนได้รับงบประมาณค่าก่อสร้าง จำนวน 25 ล้านบาท เริ่มก่อสร้างเมื่อเดือนตุลาคม 2518 สร้างเสร็จในปี 2522 (พื้นที่ใช้สอย 6,700 ตารางเมตร) ส่วนอาคารห้องสมุดวิทยาเขตกำแพงแสนได้รับงบประมาณค่าก่อสร้างจำนวน 12 ล้านบาท เริ่มก่อสร้างเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2518 สร้างเสร็จในปี พ.ศ. 2522
พ.ศ. 2523 - ย้ายห้องสมุดจากอาคารหอสมุดกลาง มายังอาคารหลังใหม่ซึ่งได้รับชื่ออาคารว่า อาคารช่วงเกษตรศิลปการ หรืออาคารสำนักหอสมุด เปิดให้บริการมาถึงปัจจุบัน
-ได้รับมอบหมายจากองค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติให้เป็นศูนย์สนเทศทางการเกษตรแห่งชาติ (Thai National AGRIS Centre) เมื่อวันที่ 13 มีนาคม 2523 เพื่อเป็นศูนย์เครือข่ายความร่วมมือ ในระบบสารสนเทศเกษตรนานาชาติ (AGRIS-FAO) โดยได้รับทุนสนับสนุนจาก IDRC (International Development Research Centre) มีหน้าที่รวบรวมข้อสนเทศด้านการเกษตรและสาขาที่เกี่ยวข้อง และส่งดรรชนีข้อสนเทศเหล่าน ี้เผยแพร่ในดรรชนีวารสาร่วมกับศูนย์ข้อมูลของประเทศต่าง ๆ รวม 127 ประเทศ นอกจากเผยแพร่เป็นตัวเล่มแล้วยังเผยแพร่ข้อมูลโดยใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ ต่อมาได้พัฒนาข้อมูลในรูป ซีดีรอมและออนไลน์
พ.ศ. 2524 ศูนย์พัฒนาการวิจัยระหว่างประเทศ (International Development Research Centre-IDRC) สนับสนุนให้สำนักหอสมุดจัดตั้งศูนย์สนเทศทางกระบือนานาชาติ(International Buffalo Information Centre-IBIC) ทำหน้าที่เป็นศูนย์รวบรวมเอกสารงานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับกระบือและเผยแพร่งานวิจัยแก่นักวิจัย และผู้สนใจทั่วไปและเน้นการให้บริการโดยเฉพาะกระบือที่ใช้งาน (water buffalo หรือ swamp buffalo)
พ.ศ. 2525 - เริ่มสร้างฐานข้อมูลการเกษตรของประเทศไทย โดยบันทึกข้อมูลเข้าคอมพิวเตอร์ที่ศูนย์คอมพิวเตอร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ (สำนักบริการคอมพวเตอร์ปัจจุบัน) - ประมวลผลฐานข้อมูลการเกษตรประเทศไทยจากคอมพิวเตอร์เพื่อผลิต บรรณานุกรมการเกษตรของประเทศไทย ปีที่1 ฉบับที่1 (พ.ศ. 2525) รวมถึงเผยแพร่ให้กับหน่วยงานด้านการเกษตรในประเทศไทย
พ.ศ. 2528 สำนักหอสมุดได้รับคอมพิวเตอร์เครื่องแรกโดยทุนสนับสนุนจากศูนย์พัฒนาการวิจัยระหว่างประเทศ (International Development Research Centre-IDRC) เป็นคอมพิวเตอร์ IBM PC 80286 ฮาร์ดดิสก์ขนาด 10MB หน่วยความจำ 256 KB
พ.ศ. 2529 สำนักหอสมุดได้รับมอบหมายให้ทำหน้าที่ เป็นศูนย์ประสานงานสารนิเทศ สาขาเกษตรศาสตร์ มีข่ายงานด้านการเกษตร ซึ่งประกอบด้วย ห้องสมุดศูนย์เอกสารของหน่วยงานในระด้บกรม กอง กระทรวง ที่มีบทบาทด้านการเกษตร และสาขาที่เกียวข้อง หน่วยงานในสถาบันการศึกษาทั้งระดับวิทยาลัย มหาวิทยาลัย มีหน้าที่เก็บรวบรวมข้อมูลหรือสารนิเทศจากแหล่งต่างๆ เป็นสื่อกลางแนะนำแหล่งสารนิเทศที่มีอยู่ทั่วประเทศ ส่งเสริมและเผยแพร่ข้อมูลด้านการเกษตรและสาขาที่เกี่ยวข้อง
พ.ศ. 2534 เปิดให้บริการฐานข้อมูลการเกษตรของประเทศไทย (Thai AGRIS Database)
พ.ศ. 2538 ได้รับงบประมาณจัดซื้อโปรแกรมระบบห้องสมุดอัตโนมัติ INNOPAC (งบผูกพัน 3 ปี) เพื่อการสร้างฐานข้อมูลทรัพยากร ให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นและพื่อการสืบค้นสารสนเทศทางไกลผ่านเครือข่าย โดยจัดซื้อโมดูล Cataloging และ OPAC และ ในปีงบประมาณ 2539 - 40 จัดซื้อโมดูลอื่นๆเพิ่มเติมได้แก่ acquisition, Serials Control, Circulation
พ.ศ. 2539 - ติดตั้งระบบห้องสมุดอัตโนมัติ( INNOPAC) โดยเริ่มจาก Catalog Module และ OPAC ทำการอบรมการใช้งานให้กับผู้เกี่ยวข้อง และผู้รับผิดชอบ Module ในระหว่างเดือนกรกฎาคมถึงพฤศจิกายนและเริ่มบันทึกข้อมูลทรัพยากรห้องสมุดเข้าสู่ฐานข้อมูลในเดือน สิงหาคมปีเดียวกัน - เปิดให้บริการสืบค้นข้อมูลทรัพยากรสารสนเทศบนเครือข่ายนนทรีและผ่านเครือข่ายอินเตอร์เน็ตเป็นครั้งแรกโดยใช้ Telnet (17 ธ.ค 2539)
พ.ศ. 2540 - เริ่มดำเนินการติดเทปแม่เหล็กหนังสือเพื่อป้องกันหนังสือหาย ติดและลิ้งค์บาร์โค้ดหนังสือเพื่อเตรียมการสำหรับ ระบบยืม-คืน ในเดือนมีนาคม 2540 - เดือนเมษายน 2540 เริ่มใช้โปรแกรมห้องสมึดอัตโนมัติในการจัดหาทรัพยากรห้องสมุด (Acquisition Module) - เดือนกันยายน เริ่มทำ Serial Check inและติดตั้ง Web OPAC เพื่อให้สามารถสืบค้นข้อมูลผ่าน Web Browser - เดือนธันวาคม เริ่มให้บริการสารสนเทศผ่านโฮมเพจของสำนักหอสมุดที่ www.lib.ku.ac.th โดยฝ่ายบริการเทคโนโลยีการศึกษารับผิดชอบในการพัฒนาและปรับปรุง
พ.ศ. 2541 - 26 ตุลาคม เริ่มให้บริการยืม - คืนหนังสือผ่านระบบห้องสมุดอัตโนมัติ - ได้รับงบประมาณในการออกแบบก่อสร้างอาคารหลังใหม่
พ.ศ. 2543 - เริ่มให้บริการวารสารอิเล็กทรอนิกส์และฐานข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์บนเครือข่าย ฐานข้อมูลแรกที่เริ่มจัดหามาให้บริการ คือ ฐานข้อมูล ScienceDirect
พ.ศ. 2544 - สำนักหอสมุด มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์โดยศูนย์สนเทศทางการเกษตรแห่งชาติได้รับการจัดอันดับ1 ใน 10 ศูนย์เครือข่าย AGRIS ที่มีผลงานและกิจกรรมเพื่อการพัฒนาสารสนเทศด้านการเกษตรของ AGRIS/FAO - เปิดให้บริการอินเตอร์เน็ตในโอกาสวันคล้ายวันสถาปนาสำนักหอสมุดครบรอบ 24 ปี (20 พ.ค 2544) เพื่อให้บริการบุคลากรและนิสิตและบุคลากรของมหาวิทยาลัยมีคอมพิวเตอร์บริการจำนวน 50 เครื่อง โดยจัดซื้อร่วมกับสำนักบริการคอมพิวเตอร์ 30 เครื่อง และสำนัก หอสมุดซื้อเพิ่มเติมอีก 20 เครื่อง
พ.ศ. 2547 ได้รับงบประมาณในการก่อสร้างอาคารหลังใหม่โดยเชื่อมต่อกับอาคารช่วงเกษตรศิลปการ และสร้างเสร็จในเดือนกุมภาพันธ์ 2549
พ.ศ. 2549 - 19 พฤษภาคม 2549 สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินทรงเปิดอาคารหลังใหม่ (อาคารการเรียนรู้) สำนักหอสมุด มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ - 5 มิถุนายน 2549 เปิดให้บริการในอาคารหลังใหม่ (อาคารการเรียนรู้ : Kasetsart University Learning Center - KULC) - 12 ตุลาคม 2549 สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พระราชทานชื่ออาคารการเรียนรู้ว่า "เทพรัตน์วิทยาโชติ" ซึ่งมีความหมายว่า อาคารที่รุ่งเรืองด้วยความรู้อันวิเศษดุจดวงแก้วแห่งเทพ
พ.ศ. 2550 - กันยายน 2550 เริ่มโครงการขยายเวลาช่วงใกล้สอบ 24 ชั่วโมง (ครั้งแรก 5 กันยายน - 5 ตุลาคม) และเปิดบริการวันอาทิตย์
พ.ศ. 2551 - นำเทคโนโลยีการระบุเอกลักษณ์ด้วยคลื่นวิทยุ (RFID) มาใช้ในการยืม-คืนหนังสือโดยเริ่มให้บริการ 5 มิถุนายน 2551 - ให้บริการยืมหนังสือด้วยตนเองด้วยเครื่องยืม อัตโนมัติ เมื่อ 5 มิถุนายน 2551 - ให้บริการยืมคอมพิวเตอร์พกพา (Laptop Loan Service) เมื่อ 16 กันยายน 2551
พ.ศ. 2552 - ได้รับงบประมาณในการปรับปรุงอาคารช่วงเกษตรศิลปการ (อาคารเดิม) จำนวน 40 ล้านบาท โดยเริ่มดำเนินการตั้งแต่เดือนมีนาคม - ธันวาคม 2552 - เปิดให้บริการ Research Square พื้นที่นั่งอ่านเพื่อการค้นคว้าวิจัยสำหรับนิสิตระดับบัณฑิตศึกษา อาจารย์ นักวิจัย และบุคลากร ของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เมื่อวันที่ 9 กันยายน 2552 - ดำเนินการปรับปรุงอาคารช่วงเกษตรศิลปการแล้วเสร็จและเริ่มเปิดให้บริการอีกครั้งหนึ่งวันที่ 4 มกราคม 2554 - ได้รับรางวัลคุณภาพการให้บริการประชาชนจากสำนักงานก.พ.ร. รางวัลดีเด่นประเภทนวัตกรรมการให้บริการ ประจำปี 2552 เมื่อวันที่ 15 ธันวาคม 2552
|