KULIB Talk No.22 หัวข้อ “นวัตกรรมอาหาร ไอศกรีมสาหร่ายสไปรูลิน่า และ โยเกิร์ตสาหร่ายสไปรูลิน่า”นักวิจัยคนเก่งจากสถาบันค้นคว้าและพัฒนาผลิตภัณฑ์อาหาร
โดยคุณวนิดา ปานอุทัย

libtalk22 1

สาหร่ายสไปรูลิมีประโยชน์อย่างไร ทำไมถึงได้เลือกนำเอาสาหร่ายสไปรูลิมาเป็นงานวิจัยของคุณวนิดา


      สาหร่ายสไปรูลิน่าเป็นสาหร่ายขนาดเล็ก มีจำหน่ายในเชิงพาณิชย์ในเชิงอุตสาหกรรมในประเทศไทยอยู่แล้ว และสาหร่ายสไปรูลิน่าที่เราได้เลือกนำมาใช้เป็นสาหร่ายที่เกิดจากงานวิจัยต่อยอดมาจากงานวิจัยผลงานวิจัยการเพาะเลี้ยงสาหร่ายสไปรูลิน่าเพื่อผลิตโปรตีนสูง หลังจากเราได้สาหร่ายสไปรูลิน่าที่มีปริมาณโปรตีนสูงแล้วจึงมีแนวคิดที่จะนำมาใช้ประโยชน์ต่อยอดในผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ มากขึ้นคะ


เป็นผลงานวิจัยที่มีอยู่แล้วของสถาบันค้นคว้าและพัฒนาผลิตภัณฑ์อาหาร อย่างที่เห็นข้างหน้านี้ มีผลิตภัณฑ์อะไรบ้างคะ


      สาหร่ายสไปรูลิน่าเมื่อผ่านการอบแห้งสามารถนำมาอัดเม็ดและเป็นแบบแคปซูล เป็นอาหารเสริมที่มีจำหน่ายในเชิงพาณิชย์บ้านเราอยู่แล้ว ในส่วนที่เห็นเป็นผง ๆ นี้ หลังจากเราทำการเก็บเกี่ยวสาหร่ายสไปรูลิน่าแล้ว เราก็ทำแห้งได้หลายรูปแบบ ตัวอย่างในการทำแห้ง คือ การทำแห้งโดยใช้ลมร้อน การทำแห้งโดยใช้ Freeze dried สาหร่ายสไปรูลิน่าจะมีสีสดขึ้นมานิดหนึ่ง เป็นการทำแห้งโดยการแช่เยือกแข็ง


แล้วการทำแห้งที่เรานำมาใช้ในงานวิจัยของเราเป็นแบบไหนคะ


      เป็นแบบ Freeze dried สีจะดูเข้มขึ้นมาเพราะไม่ผ่านกระบวนการความร้อน เป็นแบบที่ดีที่สุดยังคงคุณค่าของสารอาหารอยู่


ในส่วนของสถาบันเองสามารถทำเองเลยได้ไหมคะหรือว่าเราต้องส่งไปที่หน่วยงานอื่น แปรรูปแบบแห้งออกมา


      ถ้าเกิดเป็นงานวิจัยในระดับ lab ก็สามารถทำได้ในห้องปฏิบัติการ ถ้าเกิดเป็นอุตสาหกรรมต้องมีการจัดซื้อหรือว่าจัดจ้างกระบวนการนี้เกิดขึ้นคะ


ในส่วนของผลิตภัณฑ์ที่เรานำมาโชว์ในวันนี้มี 2 แบบ คือ โยเกิร์ตสาหร่ายสไปรูลิน่า และไอศกรีมสาหร่ายสไปรูลิน่า คุณวนิดาช่วยเล่าถึงผลิตภัณฑ์ 2 ตัวนี้นิดหนึ่งคะ


      เริ่มจากตัวโยเกิร์ตสาหร่ายสไปรูลิน่า เจ้าตัวที่เป็นผลิตภัณฑ์สาหร่ายสไปรูลิน่ามีคุณสมบัติเป็น per-biotic ซึ่งส่วนตัวโยเกิร์ตจะมีจุลินทรีย์ที่เรียกว่า pro-biotic per-biotic จากสาหร่ายสไบรูลิน่าจะช่วยส่งเสริมสนับสนุนการเจริญเติบโตของจุลินทรีย์ได้ นอกจากที่ว่าจะมีคุณค่าทางโภชนาการ และเพิ่มโปรตีนจากสาหร่ายสไบรูลิน่าเข้าไปแล้ว จะตัวสีสีนของสไบรูลิน่าก็จะช่วยเพิ่มให้น่ารับประทานมากขึ้น นอกจากนี้ตัวสาหร่ายสไปรูลิน่าจะมีคุณสมบัติอื่น ๆ เช่น ต้านอนุมูลอิสระได้ด้วย


      ส่วนไอศกรีมก็จะเป็นเบสนม คือทำจากผลิตภัณฑ์นมเป็นหลักและ เพิ่มสาหร่ายสไปรูลิน่าเข้าไป มีการพัฒนาสูตรให้สามารถเพิ่มสาหร่ายสไปรูลิน่าเข้าไป ให้มีสีสันน่ารับประทาน มีคุณค่าทางโภชนาการเพิ่มขึ้น


นอกจากที่เราประสบผลสำเร็จทั้งโยเกิร์ตและไอศกรีมแล้ว คุณวนิดายังมีวางแผนทำงานวิจัยอื่นที่นำเอาสาหร่ายมาเป็นวัตถุดิบหลักไหมคะ


      มีคะ ตอนนี้กำลังทำงานวิจัยอยู่คะ ขออุ๊บไว้ก่อน

คุณวนิดาได้มีการนำเอา โยเกิร์ตสาหร่ายสไปรูลิน่า และไอศกรีมสาหร่ายสไปรูลิน่า ออกจำหน่ายที่ไหนบ้างไหมคะ


      ตอนนี้ยังไม่มีการออกจำหน่ายนะคะ จะมีแต่เป็นลักษณะการออกนำแสดงผลงานนวัตกรรม ซึ่งที่ผ่านมาก็มีการจัดแสดงผลงานในงานเกษตรแฟร์เมื่อต้นปีที่ผ่านมา


มีคนให้ความสนใจเยอะไหมคะ


      เยอะคะ


แฟน ๆ รายการที่ชมอยู่สนใจในส่วนของเป็นเจ้าของกิจการหรือว่าอยากสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ไหนคะ


      สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่สถาบันค้นคว้าและพัฒนาผลิตภัณฑ์อาหาร หรืออีกหนึ่งช่องทางคือ ผ่านทางงานทรัพย์สินทางปัญญาสำนักบริการวิชาการมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์


มีเพจของทางสถาบันไหมคะ


      มีคะ ก็สามารถ in box มาถามได้

สรุป


      สาหร่ายสไปรูลินาเป็นสาหร่ายขนาดเล็กมีโปตีนสูงกว่าถั่วเหลือง มีกรดอะมิโนที่จำเป็นต่อร่างกาย และสามารถต้านอนุมูลอิสระได้ สามารถเพาะเลี้ยงและนำมาเป็นอาหารเสริมในรูปของการอัดเม็ดหรือทำเป็นแคปซูลมีขายตามท้องตลาด โดยคุณวนิดา ณ สถาบันวิจัยและพัฒนาอาหารได้นำมาวิจัยเป็นส่วนผสมในโยเกิร์ตและไอศกรีมเป็นนวัตกรรมใหม่ที่น่าสนใจ มีการออกนำแสดงนวัตกรรมในงานเกษตรแฟร์ แต่ยังไม่มีการจำหน่าย ผู้ที่สนใจสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่สถาบันค้นคว้าและพัฒนาผลิตภัณฑ์อาหาร หรืออีกหนึ่งช่องทางคือ ผ่านทางงานทรัพย์สินทางปัญญาสำนักบริการวิชาการมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ หรือติดตามทางเพจของสถาบัน

 

แนะนำทรัพยากรสารสนเทศที่น่าสนใจ

 

KULIB Talk #15
การค้นพบมดชนิดใหม่ของโลก
ผศ.ดร.วัฒนชัย ตาเสน จากภาควิชาชีววิทยาป่าไม้ คณะวนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กับผลงานชิ้นโบว์แดงด้วยการค้นพบมดชนิดที่พบใหม่ (new record) ของประเทศไทยและชนิดใหม่ของโลก (new species)

     สำนักหอสมุดได้รับข่าวการค้นพบมดใหม่ในสกุลMyopias โดย ผศ.ดร.วัฒนชัย ตาเสน จากภาควิชาชีววิทยาป่าไม้ จากคณะวนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ซึ่งเป็นผู้รับผิดชอบบทความงานวิจัย มี ดร. วียะวัฒน์ ใจตรง พิพิธภัณฑ์ธรรมชาติวิทยา องค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติDr. Guenard  School of Biological Sciences, University of Hong Kongซึ่งได้รายงานการค้นพบมดสกุลนี้ในประเทศไทย 7 ชนิดด้วยกัน ซึ่งเป็นการค้นพบครั้งแรกในประเทศไทย 4 ชนิด เป็นการค้นพบครั้งแรกหรือ new record ชนิดแรกคือ Myopias bidensชนิดที่ 2 คือ crawleyiชนิดที่ 3 punctigera ชนิดที่ 4 mandibularisซึ่งบรรยายลักษณะวรรณะราชินีของมดชนิดนี้เป็นครั้งแรกของโลก และผู้ที่จะมาให้ความรู้กับเรา ขอต้อนรับ ผศ.ดร.วัฒนชัย ตาเสน จากภาควิชาชีววิทยาป่าไม้ คณะวนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์วันนี้เราจะมาพูดคุยเรื่องมดๆ กันซึ่งเป็นสัตว์ตัวเล็กแต่งานวิจัยไม่เล็กเลย

งานวิจัยชิ้นนี้เริ่มต้นอย่างไร

     เริ่มต้นการวิจัย ทางภาควิชาชีววิทยาป่าไม้ คณะวนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ได้ร่วมมือทำงานวิจัยกับหลายหน่วยงาน แต่การสำรวจและการศึกษาความหลากชนิดของมด เราได้ร่วมมือกับองค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติโดยการร่วมมือของ ดร.วียะวัฒน์ ใจตรง ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านมดในประเทศไทยผู้หนึ่ง หลังจากนั้นมีการเข้าไปสำรวจในพื้นที่ ทั้งในพื้นที่เกษตร สวนป่า ในพื้นที่ป่าธรรมชาติที่ได้รับอนุญาติแล้วจึงเข้าไปสำรวจได้ หลังจากนั้นทางทีมงานจะเข้าไปสำรวจแต่ละจุดแต่ละพื้นที่ จากนั้นก็เอาตัวอย่างมดที่ได้มาใส่แอลกอฮอล์ เอามาไว้ในห้องปฏิบัติการเพื่อรอรับการจำแนกในระดับสกุล ระดับชนิดต่อไป (พิธีกร การเก็บตัวอย่างมดไว้ในแอลกอฮอล์ มดยังมีชีวิตอยู่ หรือโดนแอลกอฮอล์มดก็ตาย)ตายแล้ว เป็นการเก็บแบบเปียก (พิธีกร มีแบบการเก็บแบบเปียก และแห้ง)การเก็บแบบแห้งจากที่เปียกแล้ว เราเอามาทำการ set หรือจัดให้อยู่ในรูปแบบมาตรฐาน ลักษณะการ set มดใส่ในกระดาษสามเหลี่ยม ใช้กาวแปะที่ตัวของมด (พิธีกร การ set มดต้องมีลักษณะพื้นฐาน จะต้องเป็นลักษณะท่าทางแบบไหน)จะ set ระหว่างขาคู่หน้า และขาคู่กลางใช้กระดาษสามเหลี่ยมแปะด้วยกาวลาเท็กซ์ วางไว้ set ในกล้องจุลทรรศน์ (พิธีกร มือก็ต้องนิ่งพอสมควร ค่อนข้างเล็กด้วย ใช้เวลานานแค่ไหน ในการ set มด)มดตัวหนึ่งถ้าผู้เชี่ยวชาญไม่นาน ประมาณ 1 นาที ถ้าเกิดไม่ชำนาญก็ 10 นาที ครึ่งชั่วโมงก็มี เพราะว่า set ให้ขาหรือรูปทรงของหนวดให้มันได้ระดับที่เป็นมาตรฐาน

การสำรวจพื้นที่ มีวิธีหลักการอย่างไรในการเลือกพื้นที่สำรวจมด

     แล้วแต่ชนิดมดที่เราจะศึกษาด้วยเหมือนกัน ถ้าศึกษามดที่อาศัยอยู่ตามพื้นดิน หรือในดิน เราต้องดูว่าลักษณะของดิน พื้นที่มีแนวโน้มมีตัวอย่างของมดที่เราจะศึกษาหรือเปล่า หรือในพื้นที่ที่เป็นแหล่งศึกษามดที่อยู่ตามเรือนยอด เราก็ต้องดูต้นไม้หรือว่าต้นไม้แบบไหนที่สนใจจะศึกษา ต้องดูระบบนิเวศวิทยาของมดด้วยเช่นกัน มีข้อมูลพื้นฐานของมด
 
หลักในการเลือกตัวมด อยากจะสำรวจสกุลใด

     มันค่อนข้างจะลำบาก เพราะมดมันมีเยอะมาก สกุลนี้อยู่ตรงนี้ ตรงไหน สำรวจอาจมีการสำรวจทั้งพื้นที่หรือว่าในพื้นฐานของต้นไม้นั้น ค่อยเอามาเลือกหรือมาเช็ค คัดแยกว่ากลุ่มนี้อยู่กลุ่มไหน สปีชี่ส์ไหน สกุลไหน
 
ผลงานมดชนิดใหม่ที่ได้กล่าวไปเบื้องต้น ในสกุล Myopiasมีความพิเศษหรือมีความเฉพาะอย่างไร

     มดสกุล Myopias ลักษณะเด่นของกลุ่มพวกนี้จะแตกต่างจากกลุ่มสกุลอื่นชัดเจนคือ ลักษณะของกรามหรือ  Mandibles ค่อนข้างจะห่าง มดชนิดอื่นจะชิดกัน แต่มดชนิดนี้จะเห็นเป็นช่องว่างเหมือนกับมีปากเป็นร่องอยู่ตรงกลาง ถ้าเกิดเรามองจากด้านบนลงมามันก็จะเป็นช่องว่างเหมือนฟันหลอ เรียกสกุลนี้เป็นมดสกุลปากห่าง เพราะลักษณะปากจะห่าง Mandibles หรือกรามห่าง ส่วนฐานของริมฝีปากบนหรือ Clypeus จะเป็นรูปประมาณสี่เหลี่ยม อาจจะเป็นสี่เหลี่ยมคางหมูหรือสี่หลี่ยมจตุรัส ลักษณะเด่น ส่วนของเอวมี 1 ปล้อง ซึ่งเป็นลักษณะเด่นของ ซัพวงศ์ย่อยของ Ponerinae ที่มีเคียวปล้องเดียว (พิธีกร ปกติมดทั่วไปจะกี่ปล้อง)มี 1 - 2 ปล้อง เป็นลักษณะที่แตกต่างจากแมลงกลุ่มอื่นเหมือนกัน ปล้องท้องอันนี้

ลักษณะอื่นทั่วไปของตัวมด มดมีความพิเศษช่วยให้ระบบนิเวศดีขึ้น หรือเป็นตัวบ่งบอกบ่งชี้อะไร

     มดปกติแล้วจะมีบทบาททางนิเวศคือเป็นผู้ล่า กินสัตว์เป็นอาหาร แต่กลุ่มนี้จะอาศัยอยู่ตามขอนไม้ผุ คิดว่ากระบวนการของมันคือจะอยู่ในขอนไม้ผุจะกัดกินหรือว่าสร้างรังในขอนไม้ทำให้การย่อยสลายของขอนไม้ไวขึ้น ช่วยย่อยสลายด้วยในกลุ่มสกุลนี้ (พิธีกร ถ้าพวกใบไม้ทับทมพวกนี้ย่อยสลายได้ไหม)เราเจอเฉพาะในขอนไม้ใหญ่หรือขอนไม้ผุ ทำรัง protect ตัวเองสร้างรังในขอนไม้จะดีกว่าในใบไม้

ในประเทศไทยสกุลMyopias มีค่อนข้างเยอะไหม

     ในทั่วโลกจากการศึกษาจะทราบชื่อชนิดแล้วประมาณ 40 ชนิด ในประเทศไทยพบอยู่ 7 ชนิด ซึ่งเป็นรายงานครั้งแรกใน Zootaxa ประเทศไทยปกติยังไม่มีคนรายงานระดับชนิดว่ามีกี่ชนิด รู้ว่ามีระดับสกุล Myopiasไม่ระบุชนิดได้ ยังไม่มีคนระบุชนิดเป็นทางการ อันนี้เป็นรายงานแรกที่ค้นพบว่ามันมีอยู่ 7 ชนิดในประเทศไทยซึ่ง 4 ชนิดเป็น new record เป็นค้นพบใหม่ในประเทศไทย ส่วนอีก 3 ชนิดเป็น new speciesหรือว่าการค้นพบชนิดใหม่ของโลก
 
 
มีการตั้งชื่อ มดสกุล Myopias

         มีแล้วครับ ในกลุ่มของมดสกุลนี้ที่บอกว่าเป็นการระบุชนิดแรก ครั้งแรกของประเทศไทยที่บอกว่าพบ 7 ชนิด เป็น 4 new record 3 new species ซึ่ง 3 new species  เขาดูลักษณะของส่วนต่างๆ ที่แตกต่างกัน พบว่าชนิดแรกเป็นมดปากห่างเล็ก หรือเป็น Myopias minima ลักษณะจะเล็กที่สุดในบรรดามดปากห่างในสกุลนี้ พบในทางภาคใต้ของประเทศไทยซึ่งมีขนาดเล็ก แถวนครศรีธรรมราช ชนิดที่ 2 เป็น Myopias sakaeratensis เจออยู่ทางนครราชสีมา ในพื้นที่สะแกราช ตั้งชื่อให้เป็นเกียรติกับสถานที่  sakaeratensis หรือมดปากห่างสะแกราช ตั้งชื่อภาษาไทยให้เลย เจอแถวๆ ทานครราชสีมาและทางภาคตะวันออกของประเทศไทย ส่วนอีกชนิดหนึ่งคือ Myopias sonthichaiae เป็นมดที่เจอทางภาคเหนือและทางภาคตะวันตกของประเทศไทย เราตั้งชื่อให้เพื่อเป็นเกียรติกับอาจารย์เสาวภา สนธิชัย ซึ่งเป็นอาจารย์ในยุคแรกๆ ที่มีการศึกษามดในประเทศไทย ตั้งชื่อให้เป็นเกียรติกับท่าน


อยากให้อาจารย์เล่าถึงขั้นตอนการศึกษาวิจัย มีขั้นตอนอย่างไร ตั้งแต่เริ่มลงพื้นที่ต้องมีขั้นตอนอย่างไร

     ในขั้นตอนการศึกษาส่วนใหญ่จะมีการทำงานเป็นทีม ทราบว่ามดชนิดนี้ปกติจะอาศัยอยู่ตามขอนไม้ผุ โดยส่วนใหญ่มดมีหลายชนิด แต่ละชนิดจะมีแหล่งที่อยู่อาศัย หรือการหาอาหารต่างกันค่อนข้างมาก บางชนิดอาศัยอยู่ในดิน ตามพื้นดิน ตามต้นไม้ กิ่งไม้ ยอดไม้ต่างๆ มีความแตกต่างกัน ส่วนมดชนิดนี้เป็นมดที่อาศัยอยู่ตามขอนไม้ผุ เราก็เลยต้องเข้าไปสำรวจทั่วพื้นที่ถ้าเจอขอนไม้ที่ผุใหญ่ๆ จะค่อยพลิกดู ค้นดู เก็บดู วิธีการเก็บมีการร่อนคือมีตะแกรงร่อน มดขนาดเล็กมาก มองไม่เห็น ถ้าจับเหมือนตัวอื่นๆ จับไม่ได้ ร่อนๆ แล้วใช้ forceps ในการคีบเก็บในขวดแอลกอฮอล์ ระบุพิกัดว่าขวดนี้เก็บที่ไหน วันที่เท่าไร ผู้เก็บชื่ออะไร ลักษณะการเก็บ เก็บตามขอนไม้หรือตามยอดไม้ ลักษณะพื้นที่ที่เก็บด้วย แล้วเอาขวดนั้นมาปฏิบัติงานต่อในห้องปฏิบัติงาน (พิธีกร ในขั้นตอนการเก็บไปตามขอนไม้ ตัวมดค่อนข้างเล็ก เราต้องสุ่มเก็บตัวอย่างมาก่อนแล้วค่อยมาดูในห้องแล็บ)ใช่ครับ (พิธีกร เราไม่สามารถจะแยกตรงนั้น)ไม่สามารถต่อให้เป็นผู้เชี่ยวชาญก็ไม่สามารถแยกในพื้นที่นั้นได้ เพราะว่ามันค่อนข้างจะเล็กมาก เราต้องดูใต้กล้องเท่านั้น ดูใต้กล้องยังไม่พอ เราต้องถ่ายรูปในลักษณะ Morphologyหรือลักษณะโครงสร้างภายนอกที่ชัดเจน มีขนเป็นอย่างไร มีลักษณะหนวดเป็นอย่างไร ตาเป็นอย่างไร การเก็บในพื้นต้องเก็บสุ่มเก็บทั้งหมด ยิ่งเป็น colony เป็นลักษณะอาณาจักรเล็กๆ ย่อยๆ เราต้องเก็บในส่วนของมดงาน มดทหาร และในส่วนของวรรณะราชินี ถ้าเกิดเจอ ยากมากในการเก็บวรรณะราชินี ซึ่งมีชนิดหนึ่งที่สามารถเก็บวรรณะราชินีได้ Myopiasmandibularisเราเอามาบรรยายเป็นครั้งแรกของโลกในสกุลนี้ที่ใช้วรรณะราชินีในการบรรยายลักษณะใน Zootaxa

ลักษณะในวรรณะราชินี มีลักษณะเด่นอะไรเป็นพิเศษ

     ปกติเวลาเราเห็นราชินีต้องตัวใหญ่ มดบางชนิดอาจตัวเท่ากัน แต่ว่าเขาดูตรงตุ่มปีกข้างหลัง จะมีปุ่มปีกแสดงว่าเคยมีปีกมาก่อน มีการผสมพันธุ์กับตัวคิง สลัดปีกออก ดำรงชีวิตอยู่ในรังของมัน ใน colony ของมัน ส่วนใหญ่ท้องจะใหญ่กว่ามดงาน หรือมดทหารปกติทั่วๆ ไป (พิธีกร อาจารย์กล่าวถึงมีควีน มีคิงด้วย มีการ record ควีน และตัวคิงมีการระบุวรรณะอะไร)ส่วนใหญ่เราจะไม่ค่อยเจอ ตัวเหมือนมดงานทั่วไป (พิธีกร ไม่ได้มีลักษณะที่ชัดเจนจะแยกได้เหมือนราชินี)

มีพิษภัยกับคนอย่างไร

     ดูการจำแนกก่อน พื้นฐานการจำแนกในส่วนของกีฏวิทยา ลักษณะของแมลงโดยทั่วไปจะมีส่วนประกอบอยู่ 3 ส่วนที่ชัดเจน ส่วนหัว ส่วนอก และส่วนท้อง แมลงทั่วๆ ไป แต่ในมดมีพิเศษอีกอย่างหนึ่งคือ มีเอว แมลงอื่นมีหัว อก ท้อง ส่วนของมดจะมีเอว มดจะมีเอวอยู่ 1-2 ปล้อง บางกลุ่มมี 2 ปล้อง บางกลุ่มมี 1 ปล้อง สามารถจำแนกเป็นมดได้ ลักษณะหนวดแบบหักข้อศอกหรือ geniculate(พิธีกร ถ้าเป็นแมลงอื่น จะเรียกว่าอะไร)มีหลายแบบอาจจะมีหักข้อศอกเหมือนกัน ในพวกต่อ แตน แต่ลักษณะโครงสร้างภายนอกจะไม่เหมือนมด  2 ลักษณะนี้รู้ว่าเป็นมด จะเอามาเข้าในกลุ่มจำแนก เช่น มดมีเอวกี่ปล้อง ถ้ามี 2 ปล้อง เป็นกลุ่มนี้ เอว 1 ปล้อง ไปกลุ่มนี้ เอว 1 ปล้อง ลักษณะเอวปล้องเดียวมีปากแบบไหน สกุล Myopias ลักษณะปากห่าง อยู่ในสกุล Myopias แน่นอน อย่างอื่นไม่ใช่ ก็เอามาเข้า Myopiasแต่ละชนิดแต่ละสกุลมีหลายชนิดหน้าตาแตกต่างกันเอามาแยกชนิด โดยการเปรียบเทียบจากต้นแบบหรือในหนังสือ ปัจจุบันเราใช้ฐานข้อมูลของ antweb กับ antwiki เพื่อเปรียบเทียบดูว่าลักษณะนี้ สกุลนี้หน้าตาเป็นอย่างไร เขาจะระบุไว้ซึ่งใช้ตรงนี้ เป็นพื้นฐานใช้ antweb antwiki ดูเบื้องต้นเป็นกลุ่มไหน หลังจากนั้นส่งไปให้ผู้เชี่ยวชาญดู เพื่อยืนยันเป็นชนิดใหม่หรือเป็นชนิดที่เจอเป็นแบบไหน ได้ผู้เชี่ยวชาญ Dr. Guenardจากฮ่องกง เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านนี้มา confirm ให้ ปกติ ดร.วียะวัฒน์ก็สามารถ confirm ได้ในระดับหนึ่ง ยืนยันอีกทีก็ Dr. Guenardดูสปีชีส์เสร็จแล้วเขียนรายละเอียดต่างๆ ส่งไปให้ผู้เชี่ยวชาญดูอีกครั้ง แล้วก็ส่งไป Zootaxaหรือในวารสารต่างๆ เพื่อตีพิมพ์ต่อไป
 
ในการประกาศค้นพบมดชนิดใหม่จะต้องมีการตีพิมพ์ ต้องประกาศอะไรก่อนที่มีการตีพิมพ์

     ต้องตีพิมพ์ก่อน ถึงจะนำมาประกาศได้ ไม่ใช่เจอ new species10 ชนิด ยังไม่ตีพิมพ์เขาก็อ้างอิงไม่ได้ ซึ่ง Zootaxaเป็นวารสารหนึ่งที่ให้ความสำคัญในด้านอนุกรมวิธานของพวกแมลงและสิ่งมีชีวิตต่างๆ
 
ในการจำแนกจะดูส่วนต่างๆ ของมด ในเรื่อง หัว อก ท้อง เอว มีลำดับขั้นไหมว่าลำดับแรกจำแนกง่ายๆ ก่อน ดูที่ส่วนนี้แรกก่อน

     ในส่วนแรกดูแตกต่างจากแมลงอื่นหรือในกลุ่มเดียวกัน (พิธีกร ในกลุ่มเดียวกัน)ที่บอกว่าดูสัดส่วนของปากที่ชัดเจน และในส่วนของเอว จริงๆ กลุ่มพวกนี้ต้องดูที่เอวก่อนเพราะมีปล้องเดียว บางครั้งดูในส่วนของหนวด ปาก ประกอบกันหลายๆ ส่วนได้ในส่วนของสกุล เริ่มแคบตีวงล้อมมา จำแนกชนิดต่างๆ ออกมา 
 
ในเรื่องพิษของมด

     มีในบางชนิด มดมี 2 กลุ่ม มีเหล็กในและไม่มีเหล็กใน แต่ว่าเหล็กในไม่เหมือนผึ้ง ผึ้งจะมีเหล็กในที่เป็นปากฉลามหรือเป็นตะขอ ต่อยครั้งเดียว มดจะเป็นลักษณะแหลม ต่อยได้หลายครั้ง มดแดงไม่มีเหล็กใน แต่มีปาก มีกลิ่น มีกรดฟอร์มิก กลิ่นส้มๆ (พิธีกร มีพิษมากน้อยแค่ไหน) ไม่มีปัญหาเป็นพิษกับเรา นอกจากไปอยู่ตามถังขยะต่างๆ เป็นพาหะในการนำเชื้อโรค แต่อยู่ในพื้นที่โอเคหน่อย จะคันเฉยๆ ในกลุ่มของพวกมดตะนอย มีข่าวหลายปีก่อนที่ว่ากัดแล้วทำให้คนโดนกัดแพ้ เป็นแผล มีพิษค่อนข้างจะสูง มดตะนอย (พิธีกร มดตะนอยตัวใหญ่ไหม)ตัวใหญ่นะ อยู่ตามสวน ตามสวนสาธารณะ ตัวใหญ่หน่อย เอวสีแดงๆ ตรงก้นเป็นสีดำๆ (พิธีกร มดที่เป็นสีดำ เป็นมดเหมือนกัน มีพิษไหม)ไม่มีพิษตัวนั้น แล้วแต่คนแพ้แล้วกัน การอ่อนแอของคนโดนต่อย หรืออายุของคนโดนต่อย อาจเป็นเด็กหรือคนแก่ อันนั้นจะมีผลหน่อย แต่ไม่มีผลมากเท่ากับมดตะนอย พิษเยอะสุดในบรรดามดในประเทศไทย
 
มาพูดถึงเรื่องภาควิชาชีววิทยาป่าไม้ ครั้งก่อนสัมภาษณ์ หัวหน้าวิเชียรไป ก็ได้เรียนของภาควิชาชีววิทยาป่าไม้ และเปลี่ยนเป็นสาขาการจัดการสัตว์ป่า ภาควิชาชีววิทยาป่าไม้จะต้องศึกษาเกี่ยวกับอะไร สำหรับนักเรียนที่อยากเข้ามหาวิทยาลัย อยากเข้ามาเรียนในภาควิชานี้ต้องมีความรู้พื้นฐานอะไรบ้างเป็นพิเศษ

     ภาควิชาชีววิทยาป่าไม้ คณะวนศาสตร์ ถ้าเกิดในระดับปริญญาตรี แยกเป็นสองสาขาวิทยาศาสตร์ชีวภาพป่าไม้ และการจัดการสัตว์ป่าและทุ่งหญ้า ที่หัวหน้าวิเชียรจบสาขานี้ ในสาขาย่อยวิทยาศาสตร์ชีวภาพป่าไม้แบ่งเป็น อนุกรมวิธานพืช, การจำแนกลักษณะพืช new species ปีที่แล้วเจอ new species หลายชนิดเหมือนกัน, นิเวศวิทยาป่าไม้, โรคพืชและกีฏวิทยาป่าไม้ ซึ่งผมอยู่ในกลุ่มสาขาย่อยนี้, เทคโนโลยีอนุกรมป่าไม้, สรีระวิทยาของพืชป่า ทางชีวของป่าไม้จะเน้นในกลุ่มของป่าไม้ การที่มาเรียนในภาควิชานี้ต้องมีการเรียนทั่วๆ ไปก่อน ปี 1 ปี 2 ปี 3 ถึงเลือกเรียนภาควิชา (พิธีกร ตัว bio เรียนกี่ตัว ในภาคชีววิทยาป่าไม้)จริงๆ เดี๋ยวนี้เรียนหน่วยกิตน้อยลง ประมาณ 3-4 วิชาก็โอเคแล้วของภาควิชานี้ แต่ภาควิชานี้จะฝึกงานเยอะหน่อย การเก็บข้อมูลส่วนใหญ่เป็นการเก็บข้อมูลในภาคสนาม การเดินป่า การวัดต้นไม้ต่างๆ ทำงานในป่าเป็นส่วนใหญ่
 
สถานที่ฝึกงานของนิสิต มีที่ไหนบ้าง

     ในคณะวนศาสตร์สถานีมีอยู่เยอะเหมือนกัน มีที่วังน้ำเขียว นครราชสีมา ที่ลำปาง ห้วยทาก ที่เชียงใหม่ ดอยสุเทพปุย ที่หาดนวกร ประจวบคีรีขันธ์ ติดทะเล ที่ชุมพร ตะกั่วป่า
 
ผลงานวิจัยของอาจารย์มีค่อนข้างเยอะมาก ผู้สนใจอยากจะสืบค้นข้อมูลสามารถสืบค้นผลงานของอาจารย์ได้ที่ไหน

     ปัจจุบันการค้นหาข้อมูลในฐานข้อมูลค่อนข้างง่ายขึ้น เราค้นจากอินเตอร์เน็ต google แล้วพิมพ์ชื่อผม วัฒนชัย ตาเสน หรือตาเสน หรือชื่อผลงานวิจัยที่สนใจ search ใน google จะมี link ต่างๆ เราเจอค่อย save หรือ copy ไว้ หากสนใจข้อมูลไหน ไม่สามารถเข้าถึงได้ ส่ง email มาโดยตรงที่ This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it. มาอยากได้อันไหน ส่งให้ได้ไม่มีปัญหา
 
งานวิจัยมีเฉพาะเรื่องมด หรือมีสัตว์ชนิดอื่นๆ

     จริงๆ ศึกษาทางด้านกีฏ หรือแมลงป่าไม้ แมลงป่าไม้มีเยอะแยะมากมายหลายชนิดหลายกลุ่ม มดเป็นส่วนหนึ่งของแมลงที่อยู่ในป่าไม้ ศึกษาผีเสื้อ ผึ้ง ก็มีศึกษา เข้าไปในป่าอย่างแรกเจอต้นไม้ อย่างที่สองเจอแมลง แมลงก็สำคัญในระบบนิเวศ การศึกษาความหลากหลายทางชนิด หรือทางประชากร หรือบทบาททางนิเวศเป็นส่วนสำคัญในการศึกษาอยู่ตลอดเวลา
(พิธีกร ก่อนสัมภาษณ์อาจารย์ ลองสืบค้นคลังความรู้ดิจิตอลมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ มีข้อมูลค่อนข้างเยอะ ในคลังความรู้ได้รับความอนุเคราะห์จากอาจารย์ ในการขออนุญาติเผยแพร่ผลงาน อาจารย์เปิดเป็นสาธารณะเพื่อเป็นการศึกษา หรือการต่อยอดผลงานงานวิจัยของอาจารย์ต่อไป ขอขอบพระคุณอาจารย์ที่ได้ให้รวบรวมผลงานที่คลังความรู้ของเรา)
 
ในการหาข้อมูลในการทำวิจัย ในการหาข้อมูลเกี่ยวกับมด มีแหล่งข้อมูลประจำจากแหล่งใดบ้าง

     การอ้างอิงผลงาน อาจจะแบ่งเป็น 3 ประเภท 1. เอกสารในการเผยแพร่ 2.paper หรือวารสารต่างๆ 3. Text book ในหนังสือต่างๆ การตรวจเอกสารเป็นสิ่งสำคัญ ถ้านักวิจัยรุ่นใหม่แนะนำในส่วนของการตรวจเอกสารหรือ การ keep การเก็บวารสารต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับเราไว้เยอะๆ แล้วนำมาอ่าน อ่านเยอะๆ และนำมาผสมผสานศึกษาวิจัยต่างๆ เป็นประโยชน์ต่อผู้วิจัยเอง และการร่วมมือกันระหว่างหน่วยงาน เพราะเราไม่ได้เก่งคนเดียว มีคนเก่งกว่าเราอีก มีการร่วมมือกัน แชร์ข้อมูลต่างๆ กัน ก็สามารถที่จะประสบความสำเร็จในการตีพิมพ์ผลงานวิจัยต่อไป ส่วนฐานข้อมูลใน ม.เกษตร มีฐานข้อมูลเยอะ ได้รับการ support จากสำนักหอสมุด เข้ามาจะ link มาที่ฐานข้อมูลของหอสมุด ไม่รู้ว่าฐานข้อมูลของหอสมุดมีอะไรบ้าง ใช้หลักๆ sciencedirect (พิธีกร สหสาขาวิชา ก็มี sciencedirect, scopus, web of science ถ้าเป็นสาขาเกษตรเป็น cabdirect)แมลงกลุ่มอื่นๆ ผึ้ง การผสมเกสร การทำลายแมลงต่างๆ แต่ละฐานก็มีความแตกต่างกัน
 
textbook ด้านใดในการอ้างอิง

     จะมี ของทาง anthropology  ecologyจะเน้น forest  ecologyนิเวศวิทยาป่าไม้ หรือการจัดการมาผสมผสานกัน หรือ biodiversityความหลากหลายทางชีววิทยา
 
วันนี้ค่อนข้างได้ข้อมูลที่เป็นความรู้มาก เกี่ยวกับเรื่องมดที่เป็นสัตว์ชนิดเล็ก แต่งานวิจัยไม่เล็ก เป็นการค้นพบ New Record บ้าง New species ซึ่งอาจารย์ได้กล่าวมาก่อนหน้านี้ New species ค่อนข้างสำคัญกว่า New Record

     ใช่ ส่วนใหญ่แล้ว เราคิดว่า New Record ดูตื่นเต้น แต่ New species สำคัญ ค่อนข้างจะยากกว่าในการระบุ New species ส่วนใหญ่ให้ความสำคัญ New species มากกว่า (พิธีกร ปกติมีการค้นพบ species ใหม่ แล้วค่อยไป New Record)ใช่ (พิธีกร ถ้าไม่มีการ New species มาก่อน ก็ไม่สามารถเป็น New Record ได้)New Record เอาข้อมูลที่เจอที่อื่น มารายงานให้คนอื่นรู้ว่าในพื้นที่เราก็มีนะ เจอนะ

ทรัพยากรสารสนเทศของสำนักหอสมุดที่เกี่ยวข้อง

ชื่อเรื่อง

  1. เรื่องของมด/ อวบ สารถ้อย
  2. พิพิธภัณฑ์มด / เดชา วิวัฒน์วิทยา
  3. พิพิธภัณฑ์มด / เดชา วิวัฒน์วิทยา ; ถ่ายภาพ เดชา วิวัฒน์วิทยา และ วีระวัฒน์ ใจตรง
  4. Separating effects of species identity and species richness on predation, pathogen dissemination and resistance to invasive species in tropical ant communities.
  5. Diverse stochasticity leads a colony of ants to optimal foraging
  6. Plant chemical mediation of ant behavior
  7. The role of ants in vertebrate carrion decomposition
  8. Selenium exposure results in reduced reproduction in an invasive ant species and altered competitive behavior for a native ant species
  9. Entomology
  10. Chapter5 - Forensic Entomology
  11. Ant-herbivore interactions in an extrafloral nectaried plant: are ants good plant guards against curculionid beetles?
  12. Preliminary list of the lepidopterous insects in the Arizona State University Hasbrouck Insect Collection
  13. The European fire ant (Hymenoptera: Formicidae) as an invasive species: impact on local ant species and other epigaeic arthropods
  14. Ant Bites Conjunctival Tissue: The ABCs of Removing an Ocular Ant Foreign Body
  15. แมลง การจำแนกและการเก็บตัวอย่าง / ศิริณี พูนไชยศรี และคณะ

KULIB Talk #9

วันที่ 7 พฤศจิกายน 2561

Live จากห้อง Eco-Library สำนักหอสมุด มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

==============================================

ดร. พิศมัย ศรีชาเยช

นักวิจัย สถาบันค้นคว้าและพัฒนาผลิตภัณฑ์อาหาร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตบางเขน กับผลงาน “การพัฒนากระบวนการผลิตแยมน้ำตาลต่ำเพื่อยืดอายุการเก็บ”

 

แยมน้ำตาลต่ำเพื่อยืดอายุการเก็บ ลดต้นทุน เพิ่มโอกาสทางการตลาดและผลกำไรให้ผู้ประกอบการ

สูตรลงตัว ตลาดเปิดรับ แต่ติดปัญหาเรื่องอายุการเก็บ คือที่มาของงานวิจัย

ดร. พิศมัย ศรีชาเยช หรือคุณกุ้ง เล่าถึงที่มาของงานวิจัย การพัฒนากระบวนการผลิตแยมน้ำตาลต่ำเพื่อยืดอายุการเก็บ ว่าผู้ประกอบการมีปัญหาด้านกระบวนการผลิตแยม สถาบันช่วยวิจัยและแก้ปัญหา โดยชวนเข้าโครงการ Innovation hub Thailand 4.0 ช่วยยกระดับของผู้ประกอบการ จึงเป็นที่มาของการทำงานวิจัยร่วมกัน จนออกมาเป็น แยมละมุน ในที่สุด “สูตรแยมผลไม้พัฒนาขึ้นโดยเชฟคอนราด อิงเฮลแรม เน้นใช้ผลไม้ไทย กวนด้วยสูตรหวานน้อย ไม่ใส่สารสังเคราะห์ใด ๆ แต่พบปัญหาว่าแยมเก็บได้ไม่นาน โครงการจึงเข้าไปช่วยพัฒนาการผลิต ใช้หลักการการแปรรูปด้วยความร้อน ทำให้สามารถเก็บแยมที่อุณหภูมิห้องได้โดยไม่เสีย”

กว่าจะมาเป็น “แยมละมุน” แยมน้ำตาลต่ำ ที่ปัจจุบันขยายตลาดจนพบเจอได้ในไลน์บุฟเฟต์อาหารเช้าของโรงแรมทั้งกรุงเทพและต่างจังหวัด

         สังเกตุได้ว่าน้ำตาลนั้นจำเป็นสำหรับการถนอมอาหาร เช่นการเชื่อม แยมน้ำตาลต่ำจึงมีความเสี่ยงในการเติบโตของเชื้อจุลินทรีย์ ทำให้เสียได้ง่าย จึงจำเป็นต้องควบคุมทุกกระบวนการผลิต ไม่ว่าจะเป็นขั้นตอนของการเตรียมวัตถุดิบ การบรรจุ สุขลักษณะในการผลิต ก็จะสามารถยืดอายุของแยมน้ำตาลต่ำได้

แยมทั่วไป ถ้าทำตามหลักพาสเจอร์ไรซ์ ในภาชนะปิดสนิท ถ้าไม่เปิดก็ไม่เสีย อาจมีการเสื่อมสภาพของเนื้อแยมไป เช่นสีเปลี่ยน กลิ่นเปลี่ยน เก็บได้ประมาณ 1 ปี ซึ่งแยมทั่วไปมีค่าความหวานที่ 65% แต่แยมน้ำตาลต่ำมีค่าความหวานอยู่ระหว่าง 35-65% ทำให้มีความเสี่ยงในการเติบโตของเชื้อจุลินทรีย์ที่มากกว่า

สิ่งสำคัญคือต้องเติมเพกทินในขั้นตอนสุดท้าย โดยต้องเคี่ยวผลไม้ให้มีความเข้มข้นระดับนึงก่อน แล้วค่อยเติมเพกทินลงไป และใช้หลักการบรรจุร้อน ก็จะช่วยยืดอายุการเก็บแยมได้

ขั้นตอนการผลิตแยมทั่วไปคือเอาผลไม้มาต้มให้เนื้อนิ่ม เติมน้ำตาล และเพกทิน เพื่อช่วยในการเซ็ตเจล หากไม่เติมเพกทินจะกลายเป็นผลไม้กวน คือเมื่อกวนไปเรื่อย ๆ เนื้อผลไม้ก็จะแห้งไปเรื่อย ๆ สิ่งสำคัญคือต้องเติมเพกทินในขั้นตอนสุดท้าย โดยต้องเคี่ยวผลไม้ให้มีความเข้มข้นระดับนึงก่อน แล้วค่อยเติมเพกทินลงไป เนื่องจากสภาวะของอาหารที่มีการย่อยด้วยกรด เช่นผลไม้ จะย่อยเพกทินด้วย จะทำให้เพกทินมีปริมาณไม่พอ แล้วทำให้ไม่เซ็ตเจลเป็นแยม

แล้วใช้หลักการบรรจุร้อน ไล่อากาศออกจากผลิตภัณฑ์ ทำให้ภายในบรรจุภัณฑ์เป็นสูญญากาศ ไม่มีอากาศอยู่ภายใน เก็บในภาชนะปิดสนิท ก็จะช่วยยืดอายุการเก็บแยมได้ โดยควบคุมอุณหภูมิในการบรรจุร้อนให้ไม่ต่ำกว่า 75 องศา

“การผลิตแยมละมุนนั้น เชฟพัฒนาสูตรมาเบื้องต้น เราเข้าไปช่วยพัฒนากระบวนการผลิต หาปริมาณเพกทินที่เหมาะสมกับสัดส่วนของผลไม้ เช่นเดิมเชฟจะใส่เพกทินลงไปพร้อมกับผลไม้ เคี่ยวไปเรื่อย ๆ  เพกทินจะถูกย่อยไปด้วย ทำให้ปริมาณเพกตินไม่เพียงพอ เราต้องช่วยปรับสัดส่วนและกระบวนการ เช่นเคี่ยวผลไม้ให้มีความเข้มข้นระดับนึงก่อน แล้วค่อยเติมเพกทินลงไป และกำหนดอุณหภูมิที่ใช้ในการบรรจุร้อน”

 

 

จุดสำคัญที่ทำให้ช่วยยืดอายุการเก็บแยมน้ำตาลต่ำ

         นอกจากหลักสำคัญในการกระบวนการผลิตข้างต้นแล้ว คุณกุ้งยังบอกจุดสำคัญที่ผู้ประกอบการมักทำผิดพลาดและเกิดความเสี่ยงในการปนเปื้อนของเชื้อจุลินทรีย์ ทำให้ไม่สามารถเก็บแยมไว้ได้นาน

  • การให้ความร้อนและการบรรจุ (บรรจุร้อน) ต้องควบคุมอุณหภูมิให้ดี เพราะจะเกิดการปนเปื้อนได้ง่าย
  • เมื่อควบคุมอุณหภูมิในการบรรจุเป็นอย่างดีแล้ว ต้องปิดฝาภาชนะทันที บางคนกลัวว่าปิดฝาทันที ความร้อนจะทำให้เกิดไอ แต่จริง ๆ ไอนั้นสะอาดแล้วแม้จะกลายเป็นหยดน้ำแต่มีปริมาณไม่มาก แล้วรีบลดอุณหภูมิลงโดยการแช่น้ำธรรมดา อย่าแช่น้ำแข็งเพราะขวดแก้วจะแตกได้
  • ระหว่างการบรรจุต้องระวังไม่ให้เกิดการเลอะบริเวณปากขวด จะทำให้ปิดฝาได้ไม่สนิท ทำให้เกิดการแทรกของอากาศเข้าไปได้ และเพิ่มความเสี่ยงในการปนเปื้อนเชื่อจุลินทรีย์

 

นอกเหนือจากการวิจัยการพัฒนากระบวนการผลิตแยมน้ำตาลต่ำเพื่อยืดอายุการเก็บแล้ว คุณกุ้งยังมีผลงานวิจัยอีกหลายชิ้นที่น่าสนใจ

         “ภารกิจของสถาบันค้นคว้าและพัฒนาผลิตภัณฑ์อาหาร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ คือการวิจัยและพัฒนาเกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีและวิทยาศาสตร์การอาหาร ถ่ายทอดนวัตกรรมงานวิจัยให้กับเกษตรกรหรือผู้ประกอบการที่ผู้สนใจ และมีงานบริการวิชาการ ทำงานวิจัยร่วมกับเอกชน ได้เป็นผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ช่วยพัฒนาผลิตภัณฑ์และช่วยแก้ปัญหาต่าง ๆ”

 

เมื่อผู้ประกอบการมีปัญหา สถาบันฯ มีหน้าที่วิจัยและช่วยแก้ปัญหาเหล่านั้น รวมถึงถ่ายทอดองค์ความรู้งานวิจัยอื่น ๆ ให้กับเกษตรกรหรือผู้ประกอบการที่สนใจเพื่อนำไปเพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์ได้มากขึ้น และเกิดผลิตภัณฑ์ทางเลือกขึ้นในตลาด

 

“มีงานวิจัยร่วมกับมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ น้ำมะขามป้อม พัฒนาผลิตภัณฑ์จากมะขามป้อมในเชิงการค้า เรานำวัตถุดิบที่เหลือมาพัฒนาเป็นน้ำมะขามป้อม ซึ่งได้ทดลองวางขายแล้วได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี และจากการวิจัยยังพบว่าวิตตามินซีในมะขามป้อมเป็นวิตามินซีที่มีความคงตัวสูง และได้ให้ข้อมูลถ่ายทอดให้กับเกษตรกรที่สนใจเพื่อนำไปเพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์ได้มากขึ้น”

 

ผลิตภัณฑ์แปรรูปจากมันสำปะหลัง ช่วยลดปัญหาของคนที่แพ้กลูเตน

“เริ่มมาจากกรมการค้าภายในต้องการส่งเสริมให้เกษตรกรปลูกมันสำปะหลังพันธุ์ที่กินได้ จึงให้ มก. ช่วยแปรรูปผลิตภัณฑ์ เป็นโครงการร่วมระหว่างคณะอุตสาหกรรมเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และสถาบันฯ ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์แปรรูปจากมันสำปะหลัง

“จากการวิจัยในโครงการนี้ ได้มา 4 ผลิตภัณฑ์ คือ วาฟเฟิล มินิวาฟเฟิล มันอบกรอบ ไอศครีมจากมันสำปะหลัง” แต่คุณกุ้งเห็นว่ายังพัฒนาได้อีกจึงคุณกุ้งจึงพัฒนาได้ เม็ดขนุน ลูกชุบ และบราวนี่จากมันสำปะหลังอีกด้วย

“ปกติบราวนี่จะทำจากแป้งสาลี การใช้แป้งมันสำปะหลังทดแทน ช่วยลดปัญหาของคนที่แพ้กลูเตนซึ่งมีในข้าวสาลี นอกจากจะเป็นผลิตภัณฑ์ทางเลือกแล้วยังช่วยเพิ่มมูลค่าให้มันสำปะหลังอีกด้วย” แล้วรสชาติต่างกันมากไหม “แป้งมันสำปะหลังจะมีความหนึบมากกว่า ทำให้บราวนี่ที่ได้จะมีความหนึบมากกว่า แต่ก็ไม่ต่างกันมาก”

 

พัฒนาต่อยอดทำเป็นมันสำปะหลังสำเร็จรูป

“ปกติแล้วการทำไส้ขนมไทย เช่นลูกชุบ จากแป้งมันสำปะหลังนั้นต้องใช้เวลาในการเตรียม หากเป็นในระดับอุตสาหกรรมซึ่งมีอุปกรณ์และสูตรพร้อมแล้วนั้น ก็ไม่ใช่เรื่องลำบากอะไร” แต่ในการทำขนมในครัวเรือนมีความยากลำบากกว่านั้น แป้งมันสำปะหลังสำเร็จรูปที่พัฒนาสูตรมาให้พร้อมใช้ จึงน่าจะตอบโจทย์ผู้ประกอบการรายย่อยและคุณแม่บ้านได้เป็นอย่างดี “แป้งมันสำปะหลังสำเร็จรูปสำหรับทำไส้ขนมไทยนั้นจะมีกะทิ น้ำตาล เรียบร้อยแล้ว พัฒนาสูตรและรสชาติมาแล้ว แค่เติมน้ำแล้วเข้าเวฟประมาณ 5 นาที ก็ปั้นเป็นไส้ขนมได้

การทำลูกชุบด้วยแป้งมันสำปะหลังสำเร็จรูปของสถาบันฯ ผู้ทำเพียงแค่เติมน้ำแล้วเข้าเวฟประมาณ 5 นาที ก็ปั้นเป็นไส้ขนมได้แล้ว

หรือหากใครคิดจะทำขนมบราวนี่ไว้กินเองที่บ้าน ก็ไม่ยากอีกต่อไป เพียงแค่เติมไข่กับเนยผสมลงไปในแป้งมันสำปะหลังสำเร็จรูป แล้วนำไปอบ ก็เสร็จเรียบร้อย

==============================================================

อ่านผลงานการวิจัยของดร. พิศมัย ศรีชาเยช หรือ สถาบันค้นคว้าและพัฒนาผลิตภัณฑ์อาหาร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ได้ที่ไหนบ้าง

ทรัพยากร

แนะนำทรัพยากร (ใช้ผ่านวิทยานิพนธ์และฐานข้อมูล กรุณาใช้ผ่านเครือข่าย Nontri หรือ login ezproxy)

KULIB Talk: เครื่องปลูกข้าวแบบหย่อนกล้า
อาจารย์ปัญญา เหล่าอนันต์ธนา
ภาควิชาวิศวกรรมไฟฟ้าคณะวิศวกรรมศาสตร์วิทยาเขตบางเขน
ผู้ช่วยอธิการบดี มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

Read more: ผลงานนวัตกรรมเครื่องปลูกข้าวแบบหย่อนกล้า

Kulib Talk #11
เทคโนโลยีพลาสมาเย็น : เทคโนโลยีสะอาดสำหรับศตวรรษที่ 21
https://www.facebook.com/kulibpr/videos/1456101284523591/

สัมภาษณ์ : ผศ.ดร.ศิวพล ศรีสนพันธุ์
พิธีกร      : นางสาวศรัญญภรณ์ โชลิตกุล
     แขกรับเชิญในวันนี้อาจารย์จากคณะวิศวกรรมศาสตร์ ซึ่งได้คว้ารางวัลผลงานวิจัยระดับดีมาก ประจำปี 2560 สาขาวิศวกรรมศาสตร์และอุตสาหกรรมการวิจัย จากผลงานเทคโนโลยีพลาสมาเย็น จากสำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ

ขอต้อนรับ ผศ.ดร.ศิวพล ศรีสนพันธุ์

 รู้สึกอย่างไรที่ได้รับรางวัลนี้
        
     ถ้าพูดถึงรางวัล รางวัลนี้เป็นรางวัลจากสภาวิจัยแห่งชาติ รู้สึกดี รู้สึกดีมากๆ รู้สึกเป็นเกียรติ เพราะว่าการจะทำงานวิจัยแต่ละชิ้นออกมาได้ เราต้องเริ่มค่อยๆ คิดกระบวนการ โจทย์วิจัย โจทย์วิจัยอาจจะมีของเราเอง โจทย์ของส่วนร่วม แต่โจทย์นี้อาจจะตอบโจทย์ส่วนรวมได้มากหน่อย พอเราคิดไตร่ตรอง เราส่งงานวิจัยไปเราได้รางวัลมา เรารู้สึกเป็นเกียรติต่อตัวเราเอง ทั้งทีมงาน ภาควิชา คณะ และมหาวิทยาลัยเพราะว่าเรารู้สึกว่าเราสามารถสร้างชื่อเสียงให้กับมหาวิทยาลัยได้

อยากให้อาจารย์เล่าถึงรางวัลนี้ให้พวกเราฟังว่าเป็นรางวัลอะไรมีเกณฑ์ในการมอบรางวัลให้กับใคร ยังไงบ้าง

         In detail เลย รางวัลนี้เป็นรางวัลที่จัดโดยสภาวิจัยแห่งชาติ เมื่อเรามีผลงานวิจัยที่รู้สึกว่าพอใช้ได้ เราก็ทำการยื่นให้สภาวิจัยแห่งชาติพิจารณา เราก็โชคดีได้รางวัลในสาขาวิศวกรรมศาสตร์และอุตสาหกรรมการวิจัยระดับดีมาก ปีนี้มีทั้งหมด 3 รางวัล แต่เราก็โชคดีได้มา2 รางวัล ใน 3 รางวัล ถือว่าโชคดีมากๆ เลย รางวัลนี้ไม่ใช่ของผมคนเดียว ผมมาพูดในฐานะของทีมงาน เพราะรางวัลนี้เป็นรางวัลที่เกิดจากการบูรณาการวิจัยจากหลายงานวิจัย อย่างผมเอง ผมเชี่ยวชาญทางด้านนาโนอิเล็กทรอนิกส์ ผมก็ต้องมีทีมงานทางด้านพาวเวอร์ อิเล็กทรอนิกส์อาจารย์นิธิพัฒน์ อาจารย์วีรวุฒิด้านไฟฟ้ากำลัง จนกระทั่งเราต้องบูรณาการใช้งานของเราเทคโนโลยีพลาสมาเย็น เราก็ได้รับการสนับสนุนร่วมมืออย่างดี จากภาควิชาพืชไร่ คณะเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ อาจารย์ดำรงวุฒิ อ่อนวิมล ท่านกรุณาสนับสนุนเราเต็มที่ ท่านเห็นว่าโจทย์นี้สำคัญกับประเทศ พอเรายื่นไปผมก็เชื่อว่าสภาวิจัยแห่งชาติก็เห็นด้วยเช่นเดียวกัน เลยเป็นที่มา

ผลงานของทีมงานคือเทคโนโลยีพลาสมาเย็น มีความเป็นมาอย่างไร
        
     อย่างที่เกริ่นไปตัวผมเองถึงแม้จะเป็นหัวหน้าทีมงานวิจัยในตรงนี้ ผมมีความเชี่ยวชาญทางด้านนาโนอิเล็กทรอนิกส์ นาโนเทคโนโลยี ถ้านึกภาพไม่ออกลองนึกภาพถึงอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ พวกคอมพิวเตอร์ มือถือ ผมเข้าไปอยู่ในนั้น พอเราทำงานวิจัยมาถึงจุดหนึ่งเรารู้สึกว่ามันเป็นความท้าทาย เรามีไอเดียมีความท้าทายว่าเราอยากสร้างงานวิจัยสักชิ้นที่เราสามารถตอบโจทย์ประเทศในวงกว้าง คือเป็นconcept big changeต้องมีการเปลี่ยนแปลงในวงกว้าง เพราะฉะนั้นเราจึงมานั่งคิด ตกผลึก มาหาโจทย์วิจัย งานวิจัยของเราถึงจะมีความซับซ้อนอะไรก็แล้วแต่ ผลลัพธ์สุดท้ายควรจะต้องใช้งานง่าย สร้างเองได้ พัฒนาง่าย และเข้าถึงคนได้ง่ายเวลาใช้งานแล้วส่งผลกระทบอย่างวงกว้าง สร้างimpactหรือยกระดับประเทศขึ้นมาได้ทำอะไรง่ายๆตรงนี้เองเราเริ่มค่อยๆ คิดผสมเล็กผสมน้อย ค่อยๆ คิดไตร่ตรอง ผมอาจจะศึกษาเรื่อง อิเล็กตรอนในไฟฟ้า ขยับจนมาเจอโจทย์หนึ่งเรียกว่าพลาสมาเย็น เรารู้สึกเราเข้าถึงได้ จริงๆตรงพลาสมาเย็นมีข้อจำกัดของมันอยู่เพียงแต่เดี๋ยวเราค่อยลงลึกdetail แล้วกัน ที่แน่ๆ เรารู้แล้วว่าพลาสมาเย็นมีประโยชน์มาก เพราะมันมีองค์ประกอบที่มีประโยชน์มากมาย งานวิจัยต่างประเทศคนที่เขาทำมาก่อนเรา เขาsupportเราว่ามีประโยชน์แต่การใช้งานอาจไม่ง่ายอย่างที่เราคิด นี่เป็นโจทย์วิจัยของเรา เป็นที่มาของงานวิจัยชิ้นนี้

พลาสมาเย็นคืออะไร

     ถ้าเราพูดถึงพลาสมาเย็นนึกถึง คิดว่าอุณหภูมิเท่าไรครับคุณหนึ่ง ความรู้สึกเป็นอย่างไร (พิธีกร ความเย็นน่าจะเป็นน้ำแข็ง) มันต้องเย็น แต่ในความเป็นจริงแล้ว มีความเข้าใจผิดเล็กน้อยเกี่ยวกับเรื่องของชื่อพลาสมาเย็นเทคโนโลยีนี้ พลาสมาเย็นนี้อุณหภูมิที่เราพูดถึงอุณหภูมิการทำงานจริงๆ ประมาณให้ดีเลยควรจะเท่ากับอุณหภูมิห้อง อุณหภูมิประมาณ 25 องศาที่ใช้งานแล้วมันเย็นได้อย่างไรก่อนจะพูดถึงพลาสมาเย็น เราอาจจะต้องมาทำความเข้าใจเรื่องของพลาสมาปกติก่อนว่า พลาสมาคืออะไร เราเกิดมาทุกคน เราชินกับ สถานะ 3 สถานะ คือ ของแข็ง ของเหลว และก๊าซไม่ว่าจะจับต้องอะไร มีแต่ของแข็ง ของเหลว ก๊าซ เราไม่พูดถึงสถานะที่ 4 คืออีกสถานะหนึ่ง เราเรียกสถานะพลาสมาอาจจะนึกภาพไม่ออก นึกภาพน้ำแข็ง น้ำแข็งคือของแข็งให้อุณหภูมิ ให้ความร้อน พลังงานมีหลายแบบ แต่ว่าพลังงานความร้อนง่ายหน่อย ให้ไปมันก็ละลายเป็นของเหลว สักพักหนึ่งก็จะละเหยกลายเป็นไอออกมา ถามว่าเป็นไอแล้วสิ้นสุดไหม มันไม่สิ้นสุด จริงๆ แล้วพอสิ่งเหล่านี้เป็นก๊าซ เป็นไอ ได้รับพลังงานที่มากพอ มันจะเกิดการแตกตัว แตกตัวจะให้เป็น แสง สี เสียง บางอย่างมา แต่เราอาจไม่ได้สัมผัสกับมันมากนัก เป็นปรากฏการณ์ที่มีมายาวนานมาร้อยปีเราย่อปรากฏการณ์ธรรมชาติมาอยู่ในมือเราเพียงแต่เราจะย่อมันยังไงเท่านั้นเอง ถ้านึกภาพไม่ออก ลองนึกภาพปรากฏการณ์ฟ้าแลบ ฟ้าผ่า เห็นแสง ได้ยินเสียง เราจะรู้สึกจะเห็นละอองสีม่วงกระจายเต็มท้องฟ้า สิ่งที่เราอยากไปเที่ยวกันมากที่สุดคือ แสงเหนือนั่นคือปรากฏการณ์หนึ่งของพลาสมา นั่นก็คือพลาสมาแตกตัวให้เป็นแสงออกมา แสงแต่ละสีอาจจะมีค่าไม่เหมือนกันขึ้นอยู่กับเขาเรียกว่าโมเลกุลในอากาศ อย่างเราเห็นแสงสีม่วงเวลาฟ้าผ่า ไนโตรเจนจะให้แสงสีนี้มาในแสงเหนือจะมีค่าสะท้อนมุมสะท้อนเราเห็นรุ้งมีหลายสีเราไม่พูดถึงแล้วกัน พลาสมาปกติอาจจะเกิดการคายประจุแต่มันเต็มไปด้วยไอออน ไอออนคือประจุไฟฟ้า เคยได้เรียนใช่ไหมครับ อะตอมมีโปรตอน อิเล็กตรอน ลองนึกภาพ ปกติมันอยู่เฉยๆ แต่ถ้ามันไม่อยู่เฉยๆ มีพลังงานเข้ามาแล้ว หลุดเป็นอิสระ แยกไปอยู่เดี่ยวๆ เรียกว่าประจุไฟฟ้า หรือไอออนพอมีสิ่งเหล่านี้ในอากาศมากๆ ก็จะเกิดปรากฏการณ์หลายๆ อย่างเกิดขึ้นเป็นที่มาที่ไปของพลาสมา พลาสมาปกติอุณหภูมิเท่าไร เวลาฟ้าผ่ามา เห็นไหมครับว่า เกิดความร้อน ไหม้ เกรียมเลย พลาสมาปกติเรานิยามเป็น normal oneเลย พลาสมาปกติอุณหภูมิสูงเป็นพันองศา อาจจะขอลงdetail นิดนึง ในทางการศึกษาอิเล็กตรอนจะมีพลังงานเยอะมันถ่ายทอดให้กับโมเลกุลรอบข้างแบบสมบูรณ์ มันก็จะเกิดพลังงานความร้อนตามไปด้วย สิ่งที่เราเห็นชัดก็คือเครื่องเชื่อมไฟฟ้าจริงๆ เครื่องเชื่อมไฟฟ้าเป็นปรากฏการณ์พวกพลาสมา แต่เราเรียกพวกนี้ว่าพลาสมาร้อน เพราะว่าอุณหภูมิจริงๆ เขาสูงมาก เป็นพันองศา เราจะทำอย่างไรที่จะเอาพวกนี้มาใช้งานโดยที่ทำอุณหภูมิให้ใกล้เคียงอุณหภูมิห้อง นี่คือเทคโนโลยีพลาสมาเย็น พลาสมาเย็นเหมือนเราจำลองฟ้าผ่ามา แต่เราไม่อยากให้เกิดฟ้าผ่าพลาสมาเย็นที่เราเห็นมีประโยชน์หลายอย่าง ใกล้ตัวมีขีดจำกัดในการสร้าง พลาสมานึกถึงอุปกรณ์ใกล้ตัว เราเคยได้ยินทีวีพลาสมา ทีวีพลาสมาใช้หลักการคล้ายๆ พลาสมาเย็นมีการแตกตัวของไอออนถามว่าขนาดมันเท่าไร ขนาดมันอยู่ในหลักนาโนมิเตอร์ ไมโครมิเตอร์ ขนาดเท่าไรนึกไม่ออก ลองนึกภาพเส้นผม ความกว้างของเส้นผม การที่จะเป็นทีวีได้ ก็จะประกอบด้วยจุดพลาสมาเป็นล้านพิกเซล มันแสดงถึงขีดจำกัดในการสร้างพลาสมาเย็นไม่ใช่เทคโนโลยีใหม่มีมานานแต่ว่ามีข้อจำกัดหลายอย่างที่ไม่สามารถทำให้เดินหน้าต่อไปได้ เดี๋ยวนี้เราไม่ค่อยเห็นทีวีพลาสมาในท้องตลาด เพราะเรามีแอลอีดีเข้ามา ทีวีพลาสมาเราสร้างขนาดเล็กได้ เพราะว่าใช้ไฟฟ้าเยอะ กินกำลังไฟฟ้าเยอะเราเสียค่าไฟฟ้าเยอะเทียบกับแอลอีดี ขอกลับไปกลับมามาถึงพลาสมา ถ้าผมอยากจำลองฟ้าผ่ามาอยู่ในลูกบอลนี้ ที่เราเล่นกันตามห้องนอน ห้องนั่งเล่น หรือกิจกรรมต่างๆ นี่เรียกว่าพลาสมา เรานึกภาพว่าข้างในมีเหมือนประจุไฟฟ้า เกิดสนามไฟฟ้า ก๊าซแตกตัวจะเกิดเป็นแสง สีที่เห็นกันอยู่ ที่เห็นวิ่งหาเข้ามือผม มือผมอาจจะมีอิเล็กตรอนเยอะ เป็นเรื่องของไฟฟ้า จะมีการtransferส่งถ่ายพวกอิเล็กตรอน แต่ที่แน่ๆ สิ่งที่เห็นก็คือ แสง อาจจะยังไม่ได้ยินเสียง เสียงแนะนำให้ไปเดินตามสายไฟฟ้าแรงสูง จะสังเกตได้ยินเสียงซ่าๆ สิ่งเหล่านี้มักจะมีเสียงมาด้วย แสง เสียงและข้างในประกอบไปด้วยโมเลกุลต่างๆ มากมาย เห็นแสงแบบนี้ วิธีการให้เกิดแสงก็ไปใช้ในพลาสมาทีวี ขีดจำกัดที่เราเห็นข้างในมีก๊าซเฉพาะ ข้างในเป็นสุญญากาศก่อนแล้วค่อยใส่ก๊าซลงไป ปัญหาของพลาสมาเย็นมาแล้ว ที่ผ่านมาพลาสมาเย็นจำเป็นต้องใช้ระบบสุญญากาศพลาสมาอุณหภูมิปกติเราใช้มานานแล้ว แต่เราใช้ในอุตสาหกรรมเซมิคินดักเตอร์ อุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ คนทั่วไปเข้าไม่ถึง เพราะว่าต้องใช้ระบบสุญญากาศที่ดีระบบซีล หลายอย่าง ทำไมจึงใช้กับอุตสาหกรรมพวกนั้น แสง สี เสียง และองค์ประกอบของมัน มีอนุมูลอิสระ อิเล็กทริกสปีชีส์อิเล็กตรอน ประจุโปรตอน มีพลังงาน ซึ่งมันจะทำให้เกิดปรากฎการณ์หลายอย่าง ตั้งแต่ในระดับนาโน คราวนี้มาดูขีดจำกัดบ้าง ขีดจำกัดพลาสมาเย็น ถ้าจะทำตัวนี้ให้ใช้งานได้ขนาดใหญ่ขึ้น มันใช้สุญญากาศ ใช้พลังงานเยอะมันสร้างยาก มันยากที่คนจะเข้าถึงได้ในการใช้งาน ต้องย้อนไปที่มาของงานวิจัย เรารู้สึกว่าตรงนี้มีประโยชน์ สามารถใช้อะไรหลายอย่างมากมาย ถ้าเราดูองค์ประกอบใช้ได้ตั้งแต่วงการแพทย์รักษาโรค ทำได้ทุกอย่าง แต่การใช้เข้าถึงยาก concept ของงานวิจัยนี้ ที่เราตั้งเป้าไว้เลย ก็คือต้องไม่ใช้สุญญากาศต้องอุณหภูมิใกล้เคียงกับอุณหภูมิห้อง ต้องขยายสเกล หรือขยายขนาดได้ง่าย สามารถapply ประยุกต์ใช้ได้หลายๆ แอพพลิเคชั่น และที่สำคัญราคาต้องถูก ต้องสร้างเองในประเทศได้ นี่เป็นเกณฑ์ที่ตั้งเป้าไว้เลย
 
หลักการทำงานของเทคโนโลยีพลาสมาเย็นคืออะไร

         นั่นแหละครับ เลยย้อนกลับมาที่เราพูดถึงว่า ถ้าconditionถ้ามันconcurrentขีดจำกัดมันเยอะขนาดนี้เราจะทำอย่างไร ที่ทำให้เครื่องสามารถสร้างเครื่องขนาดเล็กได้ ใหญ่ได้แล้วแต่เราใช้พลังงานไม่มาก ใช้พลังงานไฟฟ้า จริงๆ พลาสมาเย็น หลักการทำงานเครื่องที่ทำเรียกว่าไฮบริด ก่อนจะพูดถึงไฮบริด อย่างที่ยกตัวอย่างไป มีวิธีการสร้างเยอะ ขอให้เราเข้าใจเขาสักนิดหนึ่งเข้าใจพลาสมาว่าเขาต้องการอะไรถึงจะเกิดเขาได้ เราอาจจะใช้อุปกรณ์ในตู้ไมโครเวฟ หลายอย่างสร้างได้ คลื่นวิทยุ เรารู้สึกว่าเราจะต้องใช้พลังงานไฟฟ้าเป็นหลัก หรือใกล้เคียงกับพลังงานไฟฟ้า เรารู้จักเขาแล้วเราจะควบคุมเขาได้ ไม่ใช้ระบบสุญญากาศหลักการทำงานที่เราสร้างขึ้นมาใช้ร่วมกับไฮบริด เพราะว่าเรามีการรวมสองปรากฏการณ์เข้าด้วยกันเรียกว่าปรากฏการณ์โคโรน่า ในทางสายวิศวกรรมเรียกPartial Dischargeก็คือการคายประจุไฟฟ้าถ้าเราเดินไปตามหม้อแปลงไฟฟ้า เสาไฟฟ้าแรงสูงที่มีการฉนวนไม่ดี เราจะได้ยินเสียงซี่ เป็นเสียงการแตกตัวของอากาศ แนะนำว่าอย่าไปเดินใกล้มากเพราะว่าประจุหรืออิเล็กตรอนที่แตกตัวอยู่ตรงนั้น มีแกนนำจะมีการเคลื่อนtransfer ประจุ หรือช็อตมาหาเราได้ สังเกตว่าไฟฟ้าแรงสูงเราไม่จำเป็นต้องไปถึงเขาแต่ไปเฉียดเขา เขาก็สามารถส่งประจุมาหาเราได้ ไฟดูด เสียชีวิตได้ ตรงนี้อาจเป็นความรู้ไว้ว่าอาจต้องระมัดระวัง เพราะระบบไฟฟ้าแรงสูง โคโรนาเกิดจากที่เราสามารถสร้างให้มีความแตกต่างของประจุไฟฟ้าเกิดขึ้น คนเราอาจจะสงสัยเคยได้ยินประจุไฟฟ้างงไหมว่า คืออะไร เคยสัมผัสไหม (พิธีกร เคยเรียนมา มีประจุไฟฟ้าบวก ประจุไฟฟ้าลบ) ขออนุญาตใช้เครื่องมือ พื้นฐานเลยเราเรียนตั้งแต่เล็กจนโต เคยเห็นไหมที่เราเอาไม้บรรทัดมาถูตัวเราเอง เราเรียนทำไม เรียกปรากฏการณ์นี้ว่าTriboelectric Effectถ้าผมจำไม่ผิดนะครับ พอเราถูเราจะได้ยินเสียง เสียงเหมือนดีดของอากาศ บ้านเราความชื้นเยอะอาจไม่ค่อยมีปัญหา ต่างชาตินี่หนัก เพราะอากาศค่อนข้างแห้ง ยิ่งหนัก ยิ่งเยอะ ตรงนี้คืออะไร การที่ถูกันเกิดอะไรขึ้น ยกตัวอย่างง่ายๆ ผมtransfer energy ของผม พลังงานจากการที่ถูไปเข้าที่เทฟลอนหลอด พลังงานของผมทำให้เกิดการเหนี่ยวนำอิเล็กตรอน ในเคสนี้อาจมีอิเล็กตรอนก็คือประจุไฟฟ้าสะสมอยู่ในพื้นผิว ประจุไฟฟ้าสะสมอยู่ในพื้นผิวมากๆ จะได้ยินเสียงคายประจุ เปี้ยะเลย ผมเลือกวัสดุที่ให้เห็นชัดนิดหนึ่ง ขอโทษนะครับถ้าเอาไปใกล้คุณหนึ่งจะรู้สึกขนลุก สังเกตว่าประจุไฟฟ้าสะสมอยู่ตรงนี้ แต่คุณหนึ่งอยู่ใกล้ๆ ไม่ได้สัมผัส แต่จะรู้สึกว่าเหมือนมีแรงมากระทำกับคุณหนึ่ง สิ่งที่เรารู้จักไฟฟ้า ย้อนถึงหลักการพื้นฐานของไฟฟ้า วิศวกรรมไฟฟ้า อิเล็กทรอนิกส์ เราพูดถึงอิเล็กตรอนหรือประจุไฟฟ้าก็แล้วแต่ ประจุพวกนี้โดยหลักแล้ว เขาจะสร้างแรงขึ้นมา เป็นที่มาของสนามไฟฟ้า เป็นที่มาของวิทยาศาสตร์หลายๆ อย่าง สังเกตที่ให้คุณหนึ่งสัมผัส รู้สึกว่าพอมีประจุไฟฟ้าเกิดขึ้นก็จะเกิดแรง พอมีแรงมากระทำอาจจะมองไม่เห็น แต่แรงเหล่านี้ที่เกิดจากการแตกตัว ถ้าสัมผัสใกล้หน่อย เคยโดนไฟฟ้าสถิตไหมโดนโลหะแล้วเปรี๊ยะ คือหลักการเดียวกัน ถ้าผมสัมผัสถ้ามันเยอะๆ จะรู้สึกแบบเดียวกับไฟฟ้าสถิต หรือถ้าขยายขนาดขึ้นมาคือฟ้าผ่านั่นเอง หลักการตรงนี้สังเกตว่า ถ้าเข้าใกล้คุณหนึ่งถ้าผมมีประจุไฟฟ้าเยอะจะเกิดการแตกตัว เรียกว่า โคโรน่า แต่ไม่จบแค่นี้ มีเรื่องของฉนวนเรื่องพวกนั้นเข้ามาด้วย ลองนึกภาพฟ้าผ่า เราเห็นฟ้าแลบ เราเห็นละอองพลาสมาเต็มเลย เราทนไม่ได้ถ้ามาก ถ้าฟ้าผ่าแล้วประจุไฟฟ้าเกิดจากไหนเมฆมันเสียดสีกันเหมือนที่ผมถูเมื่อกี้นี้ ประจุต่างกันนั่นคือมหาศาล แต่ถ้าไม่ให้เกิดฟ้าผ่า ยกตัวอย่างเป็นการเทียบเคียงเพียงแต่ให้เกิดการแตกตัว ในเมื่อเราเข้าใจเขามากนิดหนึ่ง คีย์หลักของผมก็คือสนามไฟฟ้า พอประจุมีสนามไฟฟ้า ประจุทำให้เกิดสนามไฟฟ้า พอสนามไฟฟ้ามากขึ้นเรื่อยๆ ไม่เพียงพอที่จะทำให้คายประจุได้เต็มที่ เกิดฟ้าผ่า ถ้าฟ้าผ่าจะกลายเป็นพลาสมาร้อน ถ้าผมไม่ทำให้มันเกิด มันอาจจะเกิดพลาสมาบริเวณนั้น แต่มันจะมีหลักการดีไซน์นิดหน่อย พอเรามารวมสองconditionเข้าด้วยกัน ทั้งโคโรน่าและเรื่องของฉนวน ผมเรียกว่าพลาสมาไฮบริด ตรงนี้เองที่ทำให้ผมสามารถสร้างมันขึ้นมาโดยที่บรรยากาศปกติ บางท่านอาจจะเห็นวีดีโอบ้างแล้ว สิ่งที่เห็นไม่ได้ใช้กับระบบสุญญากาศนะครับ อากาศธรรมดานั่นล่ะครับ หรือเราอาจจะมีการfeed ใส่ก๊าซบางอย่างเข้าไป ขึ้นอยู่กับการดีไซน์ผมขออนุญาตบอกก่อนว่า องค์ประกอบของมันมีทั้งแสงยูวี สนามแม่เหล็กไฟฟ้า สนามแม่เหล็ก ประจุบวก ประจุลบ อนุมูลอิสระ สิ่งเหล่านี้เราอย่าให้มาก อย่าให้น้อย เรารู้จักเขาเราcontrol ได้ เราสามารถเลือกใช้แอพพลิเคชั่นได้ตามความเหมาะสมของเรา นี่คือหลักการง่ายๆ อธิบายให้เข้าใจการทำงานของเครื่องนี้ แต่ถ้าเกิดในเชิงลึก อาจต้องเข้ามาคุยกันอีกทีว่า มันทำอย่างไร เป็นเรื่องทางด้านวิศวกรรมศาสตร์ที่มันมากขึ้นไปนิดหนึ่ง

มีอีกคำที่สงสัยเทคโนโลยีพลาสมาเย็นกับนาโนเทคโนโลยีเหมือนหรือต่างกันอย่างไร

     จริงๆ แล้วคำว่าเทคโนโลยีพลาสมาเย็นกับนาโนเทคโนโลยี มันทั้งเหมือนกันและแยกกันไม่ออกเลย ทุกอย่างของเราที่ใช้ชีวิตอยู่ทุกวันนี้ เรา base onคือเรามีพื้นฐานมาจากคำว่านาโนเทคโนโลยี บางคนอาจไม่เข้าใจคำว่านาโน เราอาจจะรู้จักสเกล เซนติเมตร มิลลิเมตร เรารู้แล้วว่ามิลลิเมตรซอยลงไป จาก 1 เมตร 1มิลลิเมตร ลดลงไปพันเท่าก็จะเป็นไมโครเมตรเริ่มนึกภาพยาก ลองดึงเส้นผมเรามา ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางของผมเรา อยู่ประมาณ 60-100 ไมโครเมตร และถ้าลดจากไมโครเมตรไปพันเท่า นั่นคือระดับนาโน เริ่มจุดเริ่มต้นมาจากนาโน ปรากฏการณ์ที่เราใช้ส่วนใหญ่ เป็นปรากฏการณ์ที่เราobserveได้ สังเกตได้ด้วยตา เราเห็นแสงเราเห็นทุกสิ่งทุกอย่าง มันใหญ่พอที่ให้เราเห็น แต่จริงๆ ลึกๆ ลงไปประกอบด้วย นาโนมากมาย แต่งานนี้ในความเข้าใจของเรามันอยู่ในระดับนาโน เราเอามันขึ้นมาพูดถึงการเคลื่อนที่ของอิเล็กตรอน ปรากฏการณ์ของเขาจนสามารถสร้างเป็นพลาสมา พลาสมามีขนาดใหญ่ขึ้นจนเราสามารถจับต้องได้ คือขนาดใหญ่ แต่ปรากฏการณ์ข้างในเกี่ยวข้องกับนาโนทั้งหมด นาโนเทคโนโลยีในการเกิด นาโนอิเล็กทรอนิกส์ในการสร้าง จนถึงเมื่อเรานำพลาสมาเย็นไปใช้งาน เรามีตัวอย่างเดี๋ยวเราจะได้คุยกัน ผมไปใช้ในข้าว การกระทำของsurfaceหรือพื้นผิว มันก็มีกระบวนการปฏิกิริยาในระดับนาโน ซึ่งเราต้องมองลึกอย่างนั้น เราถึงเข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น ต้องบอกว่าเป็นส่วนหนึ่งของนาโนเทคโนโลยี

ทุกวันนี้อาจจะเห็นบ้างที่พลาสมาเย็นถูกนำไปใช้กับ วงการเสริมความงาม วงการแพทย์งานวิจัยของอาจารย์เป็นทางด้านนี้ด้วยไหมคะ

     จริงๆ ตั้งใจ มีความตั้งใจวันหนึ่งจะต้องถึงเทคโนโลยีพลาสมาเย็นเทคโนโลยีพลาสมาเย็นใช้มานานมาก ใช้ในการบำบัดน้ำเสีย โอโซน อาจจะเข้าใจยากนิดหนึ่ง โอโซนเป็นsubset เป็นส่วนหนึ่งของพลาสมาเท่านั้นเอง พลาสมาสามารถสร้างโอโซนได้มากน้อยก็ได้อยู่ที่เราดีไซน์ ข้อจำกัดของเขาอยู่ที่เราสร้างขนาดใหญ่ จริงๆ เป็นข้อจำกัดที่มีมานาน ทุกวันนี้ยังเป็นปัญหาของเทคโนโลยีนี้ ไม่ใช่ของเราคนเดียว ทั้งโลกนี้ที่ทำงานวิจัยด้านนี้ ทำยังไงให้เป็นขนาดใหญ่ ขนาดเล็ก จับต้องได้ง่ายสุด นึกภาพถ้าทำขนาดเล็กแบบนี้ได้ จริงๆ มีวิธีการเล่น เกี่ยวกับพลาสมาตัวนี้เล่นอย่างไร บางคนอาจเห็นในYouTubeตรงนี้อาจจะไม่สะดวกนัก ถ้าเราเอาเหรียญบาทวางไว้ แล้วเราเอานิ้วไปสัมผัสเราจะสู้สึกได้ว่าจะมีกระแสไฟฟ้าวิ่งเข้าหามือเรา ถ้าเราปิดไฟเราจะมองเห็น พลาสมาบอลอย่าไปประดับในห้องนอน ดูอาจจะไม่มีอะไร มีโลหะ ตรงนี้เดี๋ยวถ้ามีโอกาสจะโชว์ให้ดูนะครับ เอาโลหะวางแล้วเราไปใกล้ สังเกตว่ากระแสไฟฟ้าวิ่งผ่านมือเราโดยการเหนี่ยวนำ ที่ยกตัวอย่างให้ดูได้ มันสามารถเกิดขึ้นในสเกลเล็กๆได้ แอพพลิเคชั่นอย่างแรกที่เราอยากใช้ ตอนแรกไม่คิดใหญ่มาก อยากapply ในกระบวนการแพทย์และเสริมความงาม ที่ใช้ในการแพทย์และเสริมความงาม เรารู้ว่าเขาประกอบไปด้วยอนุมูลอิสระ แสงยูวี ศักย์ไฟฟ้า นี่คือองค์ประกอบยังไม่รวมถึงกระบวนการประกอบไปด้วยการกัดเซาะ เช่นกัดเซาะผิวหนัง กัดเซาะเชื้อ กัดเซาะอะไรก็แล้วแต่ นึกภาพตรงนี้ถ้าเรามีผิวเสีย ผมอาจไม่เข้าใจเรื่องการแพทย์มากนัก ต้องบอกตรงนี้ก่อน เราใช้สารเคมีในการล้างออกแต่เราก็สามารถใช้พลาสมาในการล้างออก ปัจจุบันเทรนของการวงการเสริมความงามใช้อยู่แล้ว เพราะว่าค่อนข้างจะปลอดภัย เทคโนโลยีนี้ไม่ใช้สารเคมีและไม่ทิ้งสารเคมีไว้รอบข้าง นี่คือสิ่งที่มันน่าชื่นชม อีกอย่างหนึ่งงานวิจัยที่ใช้หลักๆ ในการใช้ในวงการแพทย์ ก็คือ เบาหวานรักษาแผลเบาหวาน เคยปรึกษาแพทย์ แผลบางอย่างอาจจะไม่เหมาะสมกับกับการใช้สารเคมี หรือใช้อะไรราดลงไปเท่าไรนัก พลาสมาจะช่วยได้ อย่างเช่นในทางทันตกรรม ด้านฟัน ในการยิงเข้าไปเพื่อรักษารากฟันหรืออะไรก็แล้วแต่ ช่วยในการฆ่าเชื้อได้ ไปทำลายแบคทีเรียบางอย่างได้จนกระทั่งปัจจุบันวงการแพทย์ที่ใช้กันหนักๆ เลยกำลังโฟกัสกันหลักๆ เลยคือโรคมะเร็ง จริงๆ ผมมีความยินดีแพทย์ท่านไหนสนใจผมยินดีร่วมมืออย่างเต็มที่แต่โจทย์วิจัยของเราก็คือโอเคผมสร้างได้แต่ผมอยากขยายขนาดให้ ในเมื่อผมอยากให้มันราคาถูก ไม่อยากจะพูดว่าให้มันอยู่ในหลักพัน หลักหมื่น หรืออะไรประมาณนี้ด้านราคา แล้วมีขนาดที่ใหญ่ขึ้น ใช้งานทั่วไป ผมก็เลยมาapplyทางการเกษตร พอดีเรามีทีมงานที่พร้อมอาจารย์คณะเกษตร ภาคพืชไร่ อาจารย์วรวุฒิ ท่านก็พร้อมบอกว่าอาจารย์ลองศึกษาเรื่องข้าวไหมครับ ข้าวมีเชื้อราติดมากับเมล็ดข้าว ไหนจะข้าวอินทรีย์ ถ้าprocess ของอาจารย์ช่วยได้ ก็เลยเป็นที่มาของงานวิจัยเราเอาพลาสมาเย็นที่เราทำ ที่เราขยายขนาด ก่อนที่เราจะขยายขนาดใหญ่ให้ดู เราdefineขนาดareaที่แน่นอน ทำการวิจัยที่ชัดเจน ก่อนที่เราจะทำอะไรลงไปเราต้องยืนยันให้ได้ว่ามีประโยชน์เราทดสอบกับเมล็ดข้าวขาวหอมมะลิ105 ข้าวที่ไม่ผ่านพลาสมา เมื่อเราทดสอบการงอก จะมีเชื้อราที่ปนมา เจริญเติบโตไปด้วย การที่ข้าวของเราที่ผ่านพลาสมา ค่อนข้างจะใสสะอาดมันเกิดจากกระบวนการกัดเซาะพื้นผิว นอกจากข้าวรวมถึงmaterialวัสดุต่างๆ เช่นอาจจะไม่ชอบเกาะน้ำ ไม่ซึมซับน้ำดี พอเราจัดพลาสมาในconditionในสถานะที่เหมาะสม มันสามารถดูดซับน้ำได้ไวขึ้น ได้ดีขึ้น เมล็ดข้าวเราลองหยดน้ำที่เท่ากันเล็กๆ เมล็ดข้าวธรรมดาใช้เวลา 20 นาที เมล็ดข้าวนี้อาจใช้เวลาไม่ถึง 2 นาที หรือ 1 นาที ขึ้นอยู่ในปริมาณที่เราcontrolแต่เรื่องของการซึมซับน้ำดีไม่ดีเดี๋ยวค่อยมาดูกัน บางอย่างเหมาะสม บางอย่างไม่เหมาะสม แต่ผลที่ออกมาก็คืออัตราการงอกที่สูงกว่าเกือบสิบเปอร์เซ็นต์ แล้วก็สะอาดกว่าแน่นอน แล้วก็มีการงอก เจริญเติบโตยาวกว่า นอกจากงานวิจัยของเราแล้ว งานวิจัยทั่วโลกก็supportเมื่อใช้งานแล้วเก็บอายุการใช้งานของอาหารได้มากขึ้น หลายสิ่งหลายอย่าง

ถ้าเรานำเทคโนโลยีพลาสมาเย็นไปใช้ได้จริงๆ จะเกิดประโยชน์อย่างไรกับประเทศชาติบ้างคะ


     จริงๆผมอยู่ในจุดที่เรียกว่าใหม่ในเรื่องของการapplyสถานะของผมที่ผ่านมา เราต้องยืนยันให้ได้ก่อนว่าเขาใช้ประโยชน์ได้จริง หนึ่ง สองpprocessกระบวนการของเราต้องอย่างที่ผมบอก ต้องขยายสเกลได้ ถึงคนได้ง่าย ราคาไม่แพง ตอนนี้ผมรู้สึกว่าผลงานวิจัยที่ออกมาsupport หมดแล้ว คราวนี้ถึงกระบวนการที่ต้องขยับในการใช้งาน จริงๆ ใช้งานได้หลายอย่าง เราคุยเรื่องข้าวแล้วกันนะครับ เพราะมันใกล้เคียงกับงานที่เราทำไป เรารู้สึกว่าการแข่งขันข้าวในตลาดโลกทุกวันนี้มีสูงมากแล้วก็ใช้ปัจจัยหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นต้นทุนการผลิต สารเคมี สารเคมีนี้อย่างที่เราทราบกันก็อาจจะหนักมากเลย ปัญหาสารเคมีมีแนวโน้มว่าใช้มากขึ้นทุกปี ต้นทุนการผลิตก็เพิ่มขึ้น และที่สำคัญคือไม่ได้ส่งผลกระทบแต่แค่ผู้บริโภค สารเคมีปนเปื้อนตั้งแต่พื้นดิน ถูกไหมครับ การเก็บรักษา ปนเปื้อนมากับผลิตภัณฑ์ ตลอดจนเกษตรกรที่ใช้งานเอง หรือแม้แต่ผู้บริโภคเพราะฉะนั้นสิ่งที่เราอยากจะทำ ถ้าเราเอาprocess นี้เข้าไปช่วยลดการใช้งานสารเคมีลงบ้าง หรือแม้แต่ในงานข้าวอินทรีย์อะไรแล้วแต่ หรือการเกษตรอินทรีย์ที่อยากได้อินทรีย์pureและprocess นี้ อย่างที่เรารู้ โอโซน หรือทุกอย่างเป็นปรากฏการณ์ธรรมชาติ แน่นอนว่าผู้บริโภคก็สบายใจ ตลาดเราก็เปิดกว้างขึ้นเชื่อว่าการแข่งขันของเราตลาดเราก็จะสูงขึ้น ลดปัญหาสุขภาพอนามัย ทั้งเกษตรกรเอง ผู้บริโภค และที่ผมreport ไป มันช่วยเรื่องเพิ่มผลผลิตแน่นอน ในการทำงานที่ดีขึ้น ในงานวิจัยบางชิ้นก็supportแล้วว่า โดยเฉพาะพืชบางชนิดที่เติบโตยาก งอกยาก ตัวนี้มีบางอย่างสามารถไปช่วยเขาsupportได้ด้วยองค์ประกอบของเขา รวมทั้งกระบวนการนี้ยังสามารถช่วยในการเก็บรักษา บางครั้งอยากอินทรีย์ 100%ออร์แกนิค 100%หรือherbมีการลดใช้สารเคมีลงบ้าง หรือการจัดการหลังเก็บเกี่ยว คราวนี้มาดูในส่วนอื่น เช่น ในส่วนของการเก็บรักษาอาหาร จริงๆ มีงานวิจัยหลายชิ้นเริ่มมีการapply กระบวนการเก็บรักษาอาหารด้วยองค์ประกอบที่เขามี แต่ต้องบอกก่อนว่าในแต่ละแอพพลิเคชั่น มันอยู่ที่เราจะดีไซน์ ออกแบบให้เหมาะสมกับงาน ขอให้เราเข้าใจเขา อย่างตอนนี้ความรู้งานวิจัยเราพอสมควรแล้ว เราสามารถดีไซน์ออกแบบให้เหมาะกับการใช้งานได้ อย่างเกษตรกรใช้กับข้าวเราก็มีการดีไซด์อีกแบบหนึ่งขนาดใหญ่ที่ราคาไม่แพงมาก เข้าถึงง่าย ขณะที่ในส่วนการใช้งานในเรื่องการเก็บรักษาอาหารต่างๆ อาจต้องมีการออกแบบใหม่ให้เหมาะสมขึ้นอยู่กับการใช้งาน ตรงนี้ถ้าเราทำน่าจะเพิ่มคุณค่าให้กับผลผลิตของเรา การเกษตรของเราให้สู้กับตลาดโลกได้ แข่งขันกับตลาดโลกได้ เช่น ในช่วงปัจจุบันนี้เทรนออร์แกนิค เทรนสุขภาพมาแรงมาก อย่างที่เราทราบกัน

(พิธีกร ถ้าเรานำเทคโนโลยีด้านนี้มาใช้ในด้านการเกษตรก็จะเป็นการเพิ่มคุณภาพผลผลิตของเรา เพิ่มคุณภาพชีวิตของผู้บริโภค)

ข้อคิดแนวคิดนี้มีแรงบันดาลใจมาจากไหน ในการสร้างผลงานดีๆ ในระดับนี้

     จริงๆ แรกๆ ไม่ได้คิดเลย ดูเป็นคนไม่ดีเลยตอนเรียนทำงานวิจัยอยู่ พอกลับมาเริ่มเห็นหลายสิ่งหลายอย่าง เริ่มปรับสภาพ เริ่มรู้สึกว่าไม่ได้แล้ว งานวิจัยเราเดินหน้าได้แต่ทำอย่างไรงานวิจัยจะมีประโยชน์กับประเทศเรากับคนของเรามากขึ้น นี่คือแรงบันดาลใจ จุดเริ่มต้น ครั้งแรกผมก็คิดงานวิจัยของผมคนคงเข้าถึงยาก ทำให้คนจับต้องไม่ได้ พอถึงจุดจุดหนึ่งมันเริ่มจากความรู้สึกอยาก อยากทำอะไรให้กับประเทศบ้าง ทำให้เกษตรกร ปัญหาที่เกิดขึ้นที่ทำให้เรายกระดับประเทศขึ้นมาได้ แน่นอนไม่ได้สวยหรู ไม่ได้มาอย่างนี้แน่นอน การทำงานมีล้มเลิก มีผิดพลาด ได้แต่ยิ้มรับและหัวเราะไปกับเขากับปัญหาที่เกิดขึ้น ทำไม่ได้ผล เห็นอย่างนี้ไฟช็อตเองก็บ่อย ระบบนี้บอกไว้ก่อนเลยที่เราดีไซน์มาปลอดภัย การใช้งานดีไซน์ออกมาต้องปลอดภัยกับผู้ใช้งานเราสัมผัสมาแล้ว เรารู้ว่าอะไรคืออันตราย อะไรคือปลอดภัย แรงบันดาลใจตรงนี้ก็คือเกิดจากความอยาก สำหรับงานวิจัยที่จะให้แก่รุ่นน้อง จุดเริ่มต้นในการทำงาน คือมีการผสมเล็กผสมน้อย ไม่ได้ประสบความสำเร็จทุกครั้ง ในบางครั้งความสำเร็จของเราก็ไม่ได้เกิดจากตั้งใจของเรา ความตั้งใจคือคาดหวังเอาไว้จะได้ผลแบบนี้ บางครั้งผลลัพธ์ที่ออกมาก็ตรงข้ามกับสิ่งที่เราคิด เราต้องยอมรับเรียนรู้ไปกับเขา เรียนรู้ไปกับมันว่าบางครั้งประตูนี้ปิด อาจจะมีประตูอีกอย่างเปิด ความสำเร็จในบางครั้งเราต้องอดทน ตั้งใจ

ในฐานะที่เป็นอาจารย์สอนนิสิตด้วย แนวคิดในการสร้างงานวิจัยได้ถ่ายทอดให้นิสิตได้อย่างไรบ้าง

     นิสิตนักศึกษาก็จะพยายามโฆษณาเหมือนกัน ช่วงแรกอาจจะพูดได้ไม่เยอะ ช่วงนี้เริ่มมีนิสิตเข้ามาแล้ว มีนิสิตจากมหาวิทยาลัยเราเอง เริ่มมีอาจารย์มีความร่วมมือจากต่างมหาวิทยาลัย หรือแม้แต่จากหน่วยงานรัฐเริ่มเข้ามาสนใจ มีบางหน่วยงานให้เราทดสอบและชื่นชอบในผลการทดสอบของเรา โดยเฉพาะกับนิสิตรู้สึกว่ามันเป็นความรู้นะ สิ่งเหล่านี้นิสิตก็สนุก เพราะว่าได้ลงมือทำได้คิด ได้เล่น บางครั้งนิสิตเข้ามายังสงสัย อย่างที่คุยกันครั้งแรก พลาสมาเย็นคืออะไร สงสัยแปลกใจ แต่พอลองทำไปมาสนุก มันก็สนุกเพราะว่าเราเล่นกับปรากฏการณ์บางอย่าง งานวิจัยพลาสมาเย็นมันคือการบูรณาการหลายสาขาวิชา ไม่จำกัดแค่วิศวกรรมไฟฟ้า เพราะฉะนั้นตรงนี้ฝากถึงไม่ว่าจะเป็นนิสิตหรือผู้สนใจ โดยเฉพาะนิสิตนักศึกษาไม่จำกัดอยู่แค่นิสิตวิศวกรรมไฟฟ้า จะเป็นสาขาตรงข้ามเลย จะอยู่คณะเกษตร อยู่คณะอุตสาหกรรมเกษตร วิทยาศาสตร์ อะไรก็แล้วแต่ แม้แต่ชีววิทยา การทำงานตรงนี้ผมไม่ได้เก่งทุกด้าน และไม่ใช่คนที่รู้ทั้งหมด เราต้องอาศัยความรู้ทุกด้าน รู้หลายๆ ด้าน บางครั้งผมชื่นชอบ เด็กบางคนมีความสามารถทางชีวะมาเลย ชอบเลย เพราะเราสามารถapply งานหลากหลายมากขึ้น อยากบอกนิสิตที่มีความสนใจ อยากประยุกต์ใช้งานหรือเรียนรู้ ยินดีนะครับlab welcomeเข้ามาได้เลย ความรู้พื้นฐานสงสัยผมบอกได้เลย จริงๆ ใช้ความรู้แค่พื้นฐานทางวิทยาศาสตร์ก็พอ ประสบการณ์บอกได้เลยว่างานวิจัยคือการเรียนรู้ใหม่ สิ่งที่ผมทำอยู่เริ่มต้นอาจจะไม่รู้เลย บางอย่างต้องศึกษาใหม่ อาจจะศึกษาไปด้วยกัน อยากจะฝากนิสิตไว้ตรงนี้นะครับว่า ถ้ามีความสนใจก็ยินดีต้อนรับ ไม่ว่าจะสาขาไหนก็ตาม

ความรู้เกี่ยวกับเทคโนโลยีพลาสมาเย็นเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมด้วยใช่ไหม

     จัดว่าเป็นจุดขาย เพราะว่าพลาสมาเย็นบางคนจะได้ยินในลักษณะที่เรียกว่า Green เทคโนโลยี เทคโนโลยีสีเขียว เทคโนโลยีในศตวรรษที่ 21 กำลังมา ด้วยองค์ประกอบของเขา อย่างที่ผมบอก แต่จำไว้บางคนอาจจะบอกโอโซนมากไปก็ไม่ดี น้อยไปก็ไม่ดี ถูกไหมครับ ขึ้นอยู่กับการดีไซน์ แต่ที่แน่ๆ ตัวนี้ไม่ทิ้งสารเคมีให้กับสิ่งแวดล้อม หรือแม้แต่ผู้ใช้งานเองก็ตาม และประโยชน์ของเขาในเมื่อเขาสามารถกำจัดเชื้อรา สามารถรักษาโรคได้โดยไม่ใช้สารเคมี เขาเลยติดชื่อว่าเป็นหนึ่งในgreen เทคโนโลยี นอกจากนั้นประโยชน์ของเขาเอง ถ้าออกแบบดีๆ เราสามารถใช้ได้ในพวกบำบัดน้ำเสียมีมานานแล้ว มลพิษทางอากาศ หรือแม้กระทั่งงานวิจัยใหม่ บำบัดน้ำแล้วเอาน้ำนั้นไปเพาะปลูกต้นไม้ แล้วต้นไม้เจริญเติบโตมากขึ้น บางคนอาจจะมีคำถามด้วยซ้ำไป ทำไมวัชพืชแถวๆ ไฟฟ้าแรงสูง จริงๆ เป็นคำถามมานานแล้ว ไฟฟ้าแรงสูงข้างล่างทำไมวัชพืชเจริญเติบโต สิ่งเหล่านี้ตอบท่านได้ ปรากฏการณ์นี้ตอบท่านได้ และที่สำคัญคือผมบอกไม่ทิ้งสารเคมีไว้ให้กับระบบสิ่งแวดล้อม นี่เลยเป็นที่มาของ green เทคโนโลยี

เวลาอาจารย์สร้างสรรค์ผลงานวิจัยแต่ละชิ้น อาจารย์ใช้แหล่งข้อมูลอะไรบ้างคะเพราะว่าเห็นจากหลายสาขาวิชาเลย

     เยอะเลยครับ สมัยตอนเรียนผมอ่านหนังสือสอบก็อ่านเยอะ สมัยไปเรียนต่างประเทศก็อ่านเยอะ ตอนทำงานอ่านหนักกว่าเดิมอีก ค่อนข้างใช้เยอะมาก เริ่มตั้งแต่หนังสือ ตำรา ต้องฝากถึงนิสิตนักศึกษา เรามีโอกาสอยู่ในมหาวิทยาลัยแล้ว เรามีแหล่งข้อมูลที่เมื่อเราออกจากมหาวิทยาลัยแล้ว เราเข้าไม่ถึง ผมอาจจะไม่เข้าใจเรื่องฐานข้อมูลมากนัก แต่พอดีผมอยู่ที่นี่ ผมหาได้เข้าจากaccount ที่นี่ เพราะฉะนั้นข้อมูลผมใช้หมดIEEE เกี่ยวกับวิศวกรรมไฟฟ้า พูดถึงเกี่ยวกับงานวิจัยอย่างเดียวwileyมีทั้งงานวิจัย มีทั้งหนังสือต่างๆ E-book ฐานข้อมูลacsงานวิจัยเราต้องทันโลกให้ทัน งานวิจัยขยับตลอดเวลา ในการทำงานวิจัยเราไม่ใช่คนเก่ง ไม่ได้ตอบปัญหาทุกอย่างได้ บางครั้งเราต้องพึ่งพาคนที่เขาทำมาก่อนเรา คนละแนวกับเราจะตอบเราได้ ฐานข้อมูลที่ผมใช้ค่อนข้างเยอะ มีspringer อีก มีเยอะแยะเลย เป็นฐานข้อมูลที่มีให้บริการในห้องสมุด

นอกจากผลงานพลาสมาเย็นแล้ว ผลงานเราสามารถสืบค้นงานของอาจารย์ได้ที่ไหนบ้างคะ

     จริงๆ ผลงานของผมเองมีในฐานข้อมูล ผมอาจจะโชคดีมีตีพิมพ์ในทุกฐานข้อมูล แต่ง่ายสุด ตรงๆ เลยก็คือ google ยุคสมัยนี้เราอยู่ด้วย google จริงๆ ถ้าสนใจงานผมพิมพ์ชื่อผมเข้าไปใน google จะ link ต่อไปเรื่อยๆ ผมยังคงแนะนำว่างานวิจัยผมไม่ใช่ทุกสิ่ง ผมอาจจะ reportแค่บางอย่างแต่อยากจะให้คนที่สนใจไปดูงานผมแล้วดูหน้า referenceงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง ศึกษาไปเลยครับ เพราะจะเจออะไรที่ตอบโจทย์มากกว่า

ขอให้อาจารย์ฝากข้อคิดในการทำวิจัย เพื่อสร้างผลงานต่อยอดให้กับประเทศชาติต่อไป

     การทำงานวิจัยอาจจะไม่ได้คำตอบ หรือไม่ได้ผลที่เราคาดไว้ตั้งแต่แรก เราวัดที่ความอดทน เราต้องอดทนและต้องยอมรับ และเรียนรู้กับเขา งานวิจัยหลายชิ้นที่ประสบความสำเร็จ จุดเริ่มต้นอาจจะเริ่มต้นทำอีกแบบหนึ่ง แต่สุดท้ายผลลัพธ์ที่ออกมาอาจจะตอบโจทย์อีกอย่างหนึ่ง ที่impact มากกว่า หรือบางครั้งถ้าเรารู้สึกว่ายังไม่ได้ผลที่เราต้องการ เราต้องค่อยๆ อดทน ค่อยๆ ทำไป อยากจะฝากตรงนี้ไว้ว่าต้องอดทนและใจเย็น เปิดกว้าง

พลาสมาเย็นที่อาจารย์วิจัยนำไปใช้ด้านอื่นอีกไหม

     ด้านอื่นอีกได้ไหม ผมขอยกตัวอย่าง งานวิจัยปัจจุบัน พร้อมใช้ พร้อมดีไซน์ พร้อมออกแบบในด้านการเกษตรอย่างที่บอก เริ่มจากเมล็ดพันธุ์เรามีแนวโน้มที่เราจะใช้เพื่อการเก็บรักษาอาหาร การเก็บรักษาอาหารในที่นี้ ความตั้งใจเลย อาหารเราแพ็คในซีลในถุงเรียบร้อยแล้ว หรือพืชผักผลไม้โดยเฉพาะออร์แกนิคกระบวนการพลาสมา ผมสามารถเคลียร์พลาสมาให้เกิดขึ้นได้อย่างที่เห็น ลองนึกภาพข้างใน containประกอบด้วยไปด้วย ผักผลไม้ต่างๆ เราไม่ต้องไปแกะซีลออกมา ขอให้อยู่ในสภาพเดิมแต่เรารักษาอายุของอาหารให้นานขึ้น นี่คือเรื่องของเกษตรค่อยๆ ไล่ขึ้นไปจนขนาดใหญ่ขึ้น การดีไซน์ออกแบบ อาจจะคาบเกี่ยวกับเรื่องการแพทย์ ในลักษณะขนาดใหญ่มากขึ้น เราอาจใช้กระบวนการออกแบบดีไซน์ให้พลาสมาทรีตเม้นต์พลาสมาปกติเราใช้คำว่าทรีตเม้นต์เพราะเหมือนเป็นการรักษา เอาอะไรมาทาผิวเรียกทรีตเม้นต์หรือผ่านผิว นี่คือการเกษตร หลังจากนี้จะมีเรื่องมลพิษ ควัน เรารู้ว่าตัวนี้สามารถทำปฏิกิริยากับมลพิษ ควันพิษได้ โอโซนประกอบไปด้วยreactive oxygen speciesอนุมูลอิสระพวกนี้พร้อมจะจับกับโมเลกุลต่างๆ กลิ่น หรืออะไรก็แล้วแต่ และสุดท้ายสามารถapply ได้หลายแอพพลิเคชั่นสุดท้ายที่อยากให้ไปถึงคือวงการแพทย์ ผมก็ยินดีแต่ตัวผมเองอาจจะไม่ค่อยถนัดด้านการแพทย์ แต่เราพร้อมที่จะช่วยsupportดีไซน์เครื่องมือให้

พลาสมาเย็นช่วยในการเกษตรได้อย่างไรบ้าง

     นอกจากการเก็บเมล็ด การฆ่าเชื้อ เริ่มตั้งแต่การเก็บเมล็ดพันธุ์ ผมอาจจะพูดไม่เคลียร์ด้วย เมล็ดตั้งแต่เมล็ดพันธุ์ เราเก็บรักษาเขาปกติเราต้องคลุกสารเคมีบางอย่าง อาจารย์ท่านเองก็ไม่ชอบเท่าไรนัก เป็นโจทย์ให้เรามา เราก็ทดสอบ process นี้ให้ลดสารเคมีลงได้บ้าง เก็บรักษาเมล็ดพันธุ์ ทำให้เมล็ดพันธุ์เติบโตได้ไวขึ้น หรือดูดซึมน้ำได้มากขึ้น การดูดซึมน้ำได้มากขึ้น ขึ้นอยู่กับการใช้งาน ในการเกษตรด้านอื่นนอกจากเก็บเมล็ดพันธุ์ส่งออกออร์แกนิค ยังมีแอพพลิเคชั่นที่เหนือกว่านี้คือ plasma activated waterเราเอาไปบำบัดน้ำ ฆ่าเชื้อในน้ำ บำบัดน้ำให้ความสะอาดมากขึ้น และในบางconditionเราสามารถบำบัดน้ำทำให้น้ำมีคุณลักษณะบางอย่าง เช่น ไนเตรท ไนไตรท์ให้มีคุณสมบัติบางอย่างที่มีประโยชน์ต่อพืชผักผลไม้มากขึ้น มีคนนำงานวิจัยไปเพาะปลูก ทำก็งอกงามมากขึ้นด้วย เป็นตัวอย่างหนึ่งของการเกษตร

เทคโนโลยีพลาสมาเย็นประยุกต์ใช้ได้กับผลิตภัณฑ์อะไรได้อีกบ้าง

     จริงๆ การฆ่าเชื้อไม่ได้จำกัดอยู่ที่เมล็ดพันธุ์ เครื่องมือต่างๆ หรือแม้แต่มือเรา มือเราต้องล้างมือ ทุกครั้งที่ผมใช้เจล ผมก็ไม่ได้รู้สึกดีทุกครั้ง รู้สึกไม่มีเชื้อโรคแต่มีเจลเกาะที่มือผม แต่พลาสมาเป็นละอองถ้าเรานำมากำจัดเชื้อ ในพื้นผิว เครื่องไม้เครื่องมือทางการแพทย์ อาจจะประยุกต์ถึงขั้นclean มือเรา อุปกรณ์บางอย่างรู้สึกว่ามีเชื้อโรคติดอยู่อาจจะผ่านพลาสมาได้

งานประยุกต์ผลิตภัณฑ์พวกนี้มีโอกาสได้ใช้ในเร็วๆ นี้ไหม

     ตัวผมเองก็ถือว่าช้าในระดับหนึ่ง ที่ผ่านมามัวแต่ไปfocus ว่า ที่มันใช้ได้ผลจริงๆ รึเปล่า ถามprocess นี้ทำได้นานไหม ทำได้พักใหญ่แล้ว สิ่งที่สำคัญสำหรับผม ผมต้องยืนยันให้ได้ว่าเรารู้ว่ามีอะไร เราต้องเข้าใจเขาด้วยว่า ใช้กับอะไรได้บ้าง แต่ตอนนี้ถึงจุดแล้ว ตอนนี้กำลังขยายสเกลที่ตั้งเป้าไว้เลยเราจะสร้างเครื่องขนาดใหญ่ งานวิจัยอยู่lab-scaleเรารู้ว่าหน่วยงานบางหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เขาอยากทดสอบปลูกในระดับไร่นา หรือระดับใหญ่มากขึ้น เราอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่านจาก improviseระดับเล็กเป็นขนาดใหญ่ ซึ่งคาดว่าเร็วๆ นี้ อาจจะได้เห็น ขอเวลาสักนิดหนึ่ง ใครสนใจลงทุนก็ดี

ผลงานวิจัยสามารถหาได้ที่ไหนในมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

     มหาวิทยาลัยเราเป็นมหาวิทยาลัยดิจิตอลไปแล้ว งานทุกอย่างอยู่บนเว็บไซต์จากภาควิชา คณะ หาได้โดยส่วนใหญ่ เราเป็นดิจิตอลlink ถึงกันหมดแล้ว search google สิ่งที่ออกมาแรกๆ คือภาควิชา แล้วก็ไล่ไปตามนั้น

อาจารย์คิดว่าวงการวิทยาศาสตร์ในบ้านเราเป็นอย่างไร ควรจะผลักดันด้านไหนให้กับเยาวชนเพื่อเป็นนักวิทยาศาสตร์รุ่นใหม่

     พูดตรงๆ เลยว่าตอนที่เป็นอาจารย์ใหม่ได้สัมผัสกับเด็ก นิสิตที่เข้ามาใหม่ ปี 1 แต่ละคนที่เข้ามา จบ ม.4 5 6 มา แต่ละคน fresh มาก และความรู้เขาเป็นความรู้ที่ผมรักมาก ผมชอบ เขามีไอเดียต่างๆ มากมาย สะท้อนถึงเด็กเหล่านี้คือเรียนสายวิทยาศาสตร์มาตั้งแต่เล็กจนโต หรือเด็กบางคนอาจไม่ได้เรียนสายวิทยาศาสตร์มาโดยตรง พื้นฐานวิทยาศาสตร์ไม่ได้มาจากไหน มาจากการสังเกต ศึกษาความรู้เพิ่มเติมทำความเข้าใจ  ผมเองเพิ่งเข้าวงการวิทยาศาสตร์จริงๆ ตอนที่ผมเรียนปริญญาเอกนี่เอง เรากลับไปสัมผัสเด็กวงการวิทยาศาสตร์บ้านเรา เยาวชนเก่ง เพียงแต่ว่าปัญหาของเราในมุมกว้าง การผลักดันให้เขานำความรู้เหล่านั้นมาใช้งานจับต้องได้ง่าย ระบบการเรียนรู้ที่ที่เข้ามา บางครั้งผมเข้าใจ พอเข้ามาเรียนเรามีวิชาเฉพาะทางบางอย่างมากขึ้น ความรู้นั้นก็ใช้น้อยลง แต่ในปัจจุบันโลกของเราจะเข้าไปอยู่ในบูรณาการสหวิทยาการหลายสาขา ถ้าทำให้เขาเรียนในสาขาหลักของเขา และยังใช้ความรู้พื้นฐาน ความเข้าใจเก่าของเขาเข้าด้วยกันได้ โดยเฉพาะงานmergeหลายๆ ฟิวเข้าด้วยกัน บางครั้งหนีไม่พ้นเยาวชนอาจมีความถนัดทางวิทยาศาสตร์ไม่เหมือนกัน ยิ่งถ้าร่วมมือกันได้ แม้แต่ระดับในหน่วยงานของเราอาจเป็นส่วนผลักดันที่ดี จะทำให้ภาพนี้เห็นชัดว่าการใช้งานนี้เห็นชัดมาก

ทรัพยากรสารสนเทศของสำนักหอสมุดที่เกี่ยวข้อง

ชื่อเรื่อง

  1. การโมเดลวิเคราะห์และประยุกต์ใช้วัสดุอุปกรณ์โครงสร้างขนาดนาโนในอุปกรณ์อิเล็คทรอนิคส์และพลาสมา [electronic resource] = Modeling and analysis of nanoscale materials and geometries in electronics and plasma applications / ศิวพล ศรีสนพันธุ์
  2. นาโนเทคโนโลยีขั้นต้น / เรียบเรียงโดย ศรัญญา พรหมโคตร์
  3. Nano science and technology : novel structures and phenomena / edited by Zikang Tang and Ping Sheng
  4. Atmospheric Plasma Jet: Effect of Inner Diameter Size to the Length of Plasma Discharge.
  5. Nanotechnology Inclusion in Pharmaceutical Sciences Education in Portugal.
  6. พลาสมาดีเอ็นเอในผู้ป่วยมะเร็ง / วชิราวุธ ใจหวัง ... [และคนอื่น ๆ]
  7. พลาสมาเทคโนโลยี : เทคโนโลยีเพื่อการพัฒนาผ้าไหมและสิ่งทอไทยสู่ระดับโลก / ประดุง สวนพุฒ
  8. นาโนเทคโนโลยี / ชัชฎา กมลเดชเดชา
  9. นาโนเทคโนโลยี เทคโนโลยีแห่งศตวรรษ / วิวัฒน์ ตัณฑะพานิชกุล
  10. นาโน (10-9) เทคโนโลยีใกล้ตัว / วนิดา คูชัยสิทธิ์
  11. นาโนเทคโนโลยีเพื่อสิ่งแวดล้อม / พวงรัตน์ ขจิตวิชยานุกูล
  12. นาโนเทคโนโลยีกับการพัฒนาประเทศไทย / วิวัฒน์ ตัณฑะพานิชกุล, วัชรภ ชัยกิตติศิลป์
  13. Plasma–maser theory for magnetized electron–positron plasma 

KULIB Talk #Special
"ฝุ่นเล็กๆ ภัยร้ายที่ไม่ควรมองข้าม"
ผศ.ดร.สุรัตน์ บัวเลิศ คณบดีคณะสิ่งแวดล้อม มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

ขณะนี้สำนักข่าวทุกสำนักมีการโหมกระแสเกาะติดสถานการณ์รายงานข่าวสถานการณ์ฝุ่นPM2.5อย่างต่อเนื่องสถานการณ์ฝุ่น PM2.5ขณะนี้เป็นอย่างไรบ้างคะ

     ตอนนี้ประเด็นที่สำคัญที่สุดที่ประชาชนรับทราบก็คือเรามีจำนวนอนุภาคของฝุ่นที่อยู่รอบตัวเรามากขึ้น ตอนนี้ทุกสถานี ของกรมควบคุมมลพิษของกรุงเทพมหานคร มีค่าสูงขึ้นมาในแนวโน้มเดียวกันทั้งหมด ถ้ามองไปตอนนี้ระหว่างเส้นขอบฟ้า กับผิวข้างล่างเราจะเห็นชั้นบางๆ ชั้นหนึ่งที่ค่อนข้างออกสีน้ำตาล อันนั้นคือส่วนที่เราเรียกว่าฝุ่นละอองที่อยู่ในบรรยากาศชั้นล่าง ฝุ่นเหล่านี้มีทั้งขนาดเล็กและขนาดใหญ่ ขนาดใหญ่ไม่ค่อยมีปัญหาเพราะเกิดขึ้นแล้วดับไปในบริเวณแถวนั้น ฝุ่นขนาดเล็กวิ่งเร็วเท่าไหร่จะยิ่งคงค้างอยู่ในบรรยากาศคำตอบว่ามาจากไหนอยู่ที่เราทุกคนเพราะคนส่วนใหญ่ทำให้เกิดปัญหาหมอกควันและฝุ่นละอองการจราจรถือว่าเป็นส่วนสำคัญอีกอย่างหนึ่ง เกิดมาจากการเผาไหม้เชื้อเพลิงโดยเฉพาะเชื้อเพลิงที่เรียกว่าดีเซล ในรถยนต์ประเภทนี้ ส่งผลให้ฝุ่นละอองออกมาค่อนข้างเยอะ ทั้งขนาดเล็กและขนาดใหญ่ เช่นเดียวกับการเผาไหม้ในลักษณะ พื้นที่โล่งก็ทำให้เกิดฝุ่นละอองได้ หรือแม้กระทั่งปฏิกิริยาเคมีในชั้นบรรยากาศ เมื่อรวมตัวกันก็ทำให้เกิดพาติเคิลขนาดเล็กได้ สิ่งต่างๆเหล่านี้มันรวมกันให้พื้นที่กรุงเทพมหานคร มีฝุ่นละอองค่อนข้างสูง แล้วทำไมฤดูกาลอื่นถึงไม่แบบนี้ คำตอบก็คือในช่วงเวลาอื่นลมพัดค่อนข้างแรง แสงแดดค่อนข้างแรงทำให้การเคลื่อนตัวของอากาศ เป็นไปตามธรรมชาติ ในขณะเดียวกัน ช่วงฤดูฝนก็จะมีฝนตกลงมาคอยชะล้าง เราเรียกกระบวนการนี้ว่า  Wash Out  ฝุ่นละอองจะตกสู่พื้น แต่กลับมาในฤดูหนาวอากาศบางช่วงมีความชื้นต่ำ ประกอบกับคุณสมบัติของอากาศที่เมื่อเย็นจะมีความหนัก มันก็ทำให้อากาศเหล่านี้จมตัวลงค่อนข้างเยอะ ในบางครั้งเรายังพบอากาศในลักษณะ inversionหมายความว่าขึ้นไปยิ่งสูงแต่มันยังมีส่วนที่ร้อนอยู่ อากาศก็จะไม่ลอยตัวและค้างอยู่กับที่ สิ่งเหล่านี้ทำให้ความเข้มข้นของฝุ่นมีค่าสูงขึ้น

คำว่าสภาพอากาศปิดหรือเปิด ลอยตัวไม่ดี พวกนี้มันหมายความว่าอะไรคะอาจารย์

     ถ้ามองไปรอบตัวเราวันนี้จะเห็นแสงแดดที่ค่อนข้างชัด นั่นหมายความว่าสภาพอากาศค่อนข้างดี ค่าอากาศได้รับแสงแดดพื้นล่างจะค่อนข้างร้อน เพราะอากาศร้อนข้างล่างและเย็นขึ้นตามระดับความสูง มวลอากาศจะเคลื่อนตัวลอยขึ้นไปข้างบนได้ง่ายเป็นไปตามกระบวนการธรรมชาติ เมื่อเขาลอยขึ้นไปก็จะมีอากาศส่วนหนึ่งเข้ามาแทนที่ ซึ่งเราเรียกกันว่าลม ตามธรรมชาติมวลของอากาศก็จะมีการเคลื่อนตัว แต่ถ้าเมื่อไหร่ที่มวลอากาศด้านบนมีความร้อนสูงขึ้น มวลอากาศด้านล่างก็ไม่สามารถลอยขึ้นได้ก็จะหยุดอยู่ตรงนั้น ประกอบกับสภาพอากาศที่มีมวลอากาศเย็น มันจะหนักและจมตัว ก็จะเกิดการที่อากาศไม่เคลื่อนที่ หรือสภาพหยุดนิ่งของอากาศ ดังนั้นสภาพอากาศปิดก็เป็นสภาพอากาศที่มีความคงตัวค่อนข้างสูงลมไม่พัดแสงแดดไม่มาลักษณะแบบนี้จะทำให้มีการสะสมตัวของฝุ่นละอองมากขึ้น

เรามีค่าที่เป็นขีดอันตรายอยู่ก็คือ50 ซึ่งถ้าเกินกว่านี้ก็จะเป็นอันตรายต่อ ซึ่งในความจริงแล้วต้องมีค่ามาตรฐานเท่าไหร่จึงจะส่งผลกระทบต่อสุขภาพ แล้วกลุ่มเสี่ยงที่จะได้รับผลกระทบนี้จริงๆแล้วคือกลุ่มไหน

     จริงๆแล้วมาตรฐานของฝุ่นละอองจะอยู่ที่ 50ไมโครกรัมเฉลี่ย 24 ชั่วโมง ถ้าเกินกว่านี้ก็จะส่งผลต่อสุขภาพตัวที่เป็นอันตรายก็คือ 90 ขึ้นไป ซึ่งปกติเราก็จะใช้เครื่องมือวัดแบบเรียลไทม์ก็จะมีค่าสูงบ้างต่ำบ้างตามลักษณะสภาพตอนนั้น ดังนั้นยังไม่ต้องไปกังวลเพราะให้ดูค่าเฉลี่ยตลอดทั้งวันว่าเกินหรือไม่ ถ้าหากว่าเกิน 50 แสดงว่าเริ่มมีผลต่อสุขภาพ แต่ในกรุงเทพมีค่าเฉลี่ยเกิน 50 ติดต่อกันหลายวัน ก็จะมีช่วงที่หลายคนเริ่มรู้สึกว่ามีอาการแสบคอ อาการภูมิแพ้ ซึ่งกลุ่มเสี่ยงก็คือคนที่มีโรคประจำตัวเป็นกลุ่มนี้อยู่แล้ว หรืออาจจะเป็นโรคอื่นเกี่ยวกับหอบหืดภูมิแพ้ พรุ่งนี้ก็ต้องมีการปฏิบัติตัวเป็นพิเศษและมีอุปกรณ์ช่วยเหลือ กลุ่มเสี่ยงอีกกลุ่มคือคนที่ใช้ชีวิตตามท้องถนนเป็นระยะเวลานาน เช่น ตำรวจจราจร วินมอเตอร์ไซค์ หรือผู้ที่อาศัยอยู่บริเวณนั้น จำเป็นต้องมีการป้องกันตัวเอง

กลุ่มของนิสิตและบุคลากรในมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ถือเป็นกลุ่มเสี่ยงหรือไม่

     อย่างแรกเราต้องสำรวจตัวเองก่อนว่ามีโรคประจำตัวหรือไม่ เรามีอาการหอบหืดหรือไม่เพราะหลายคนไม่ทราบว่าตัวเองมีลักษณะแบบนั้น และหากมีโรคประจำตัวต้องปรึกษาแพทย์ ว่าโรคประจำตัวเกี่ยวข้องไหมกับลักษณะอาการเหล่านี้ หรือใครที่ทราบว่าตัวเองมีอาการหอบหืดอยู่แล้วเมื่อเวลาอากาศเปลี่ยนหรือพบฝุ่นละอองควรจะหลีกเลี่ยงกิจกรรมภายนอกต้องใช้อุปกรณ์ป้องกันตนเอง หรือคนที่แข็งแรงก็ควรหลีกเลี่ยงกิจกรรมภายนอกไม่ควรไปอยู่ในพื้นที่ที่มีฝุ่นเยอะ เช่น ริมถนนหรือที่โล่งแจ้ง แต่ถ้ามีความจำเป็นที่ต้องเดินออกไปก็หาอุปกรณ์ป้องกันตัว เช่นหน้ากากอนามัยที่ปิดให้มิดชิดไม่จำเป็นต้องเป็นหน้ากาก N 95 ซึ่งจริงๆแล้ว N 95 เป็นหน้ากากที่ป้องกันดีและถูกต้อง แต่ใช้ไปนานๆจะหายใจไม่ออกเพราะใช้งานยาก และไม่สามารถใช้ต่อเนื่องได้ใช้ไปสักพักต้องเปลี่ยน เพราะจะเกิดกลิ่นอับ แต่ถ้าอยู่ในอาคารสำหรับบุคคลที่แข็งแรงก็ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องใส่หน้ากากอนามัย
 
การใช้หน้ากากอนามัยธรรมดาสามารถช่วยในเรื่องของฝุ่นละอองนี้ได้มากน้อยแค่ไหน

     ช่วยได้แต่ข้อสำคัญก็คือใช้งานให้ดี ปิดให้มิดชิด และหลีกเลี่ยงออกไปอยู่ในที่โล่งแจ้งเป็นเวลานานๆ ไม่ใช่ว่าใส่หน้ากากอนามัยแล้วไปนั่งอยู่ที่โล่งแจ้งนานๆ มีข้อมูลที่นิสิตนักศึกษารวมถึงโรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ของเราเองตกใจเกี่ยวกับความเข้มข้นของฝุ่นละอองที่รายงานโดยหน่วยงานภาครัฐแห่งหนึ่งที่รายงานว่าแถวมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ มีตัวเลขสูงสุดอันดับ 1 สีแดง ซึ่งผมจะเรียนให้ทุกคนทราบว่าเนื่องมาจากข้อมูลเหล่านั้นเป็นการลงเก็บข้อมูลที่ริมถนน ริมรั้วของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ด้านถนนพหลโยธิน เป็นจุดที่มีการติดขัดของการจราจรสูงมาก ดังนั้น ที่นั้นถูกต้องแต่ในมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์จะมีค่าต่ำกว่านั้น ในบางเวลาจะมีค่าต่างกันถึง 30 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ดังนั้นอยากเรียนให้ทราบว่าในมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์มีส่วนที่ช่วยให้ฝุ่นละอองลดลงช้างในเรื่องของต้นไม้และการเดินทางโดยใช้รถEV  และอื่นๆที่บุคลากรและนิสิตนักศึกษาช่วยกันและมันสามารถพิสูจน์ได้ข้อมูลที่เราตรวจวัดซึ่งตอนนี้ปรากฏอยู่บนเว็บไซต์ของมหาวิทยาลัยแล้ว ซึ่งทุกคนสามารถตรวจเช็คก่อนออกไปทำกิจกรรมได้
อันดับแรก เราควรเช็คว่าเราอยู่ในกลุ่มเสี่ยงหรือไม่
อันดับสอง เราควรเช็คข้อมูลสภาพอากาศ ว่าคุณภาพอากาศวันนี้เป็นอย่างไร
 
ตอนนี้มีข่าวว่ากรมควบคุมมลพิษได้มีการขอความร่วมมือจากประชาชนลดฝุ่นละอองจากแหล่ง เช่นการลดการใช้รถยนต์ส่วนบุคคล ห้ามเผาในที่โล่ง ห้ามใช้รถยนต์ควันดำทุกประเภท การทำในลักษณะเช่นนี้สามารถช่วยได้จริงหรือไม่และการที่จะทำกิจกรรมเหล่านี้ควรที่จะทำในเขตกรุงเทพและปริมณฑลเมื่อเวลามีปัญหาอยู่หรือเราควรขยายไปในเขตรอบๆเช่น ระยอง ชลบุรี ที่มีนิคมอุตสาหกรรมอยู่

     ในเบื้องต้นฝุ่นมาจากปัญหาการจราจร ดังนั้นคนที่แก้ปัญหาเรื่องนี้มุ่งเน้นไปที่การเผาไหม้ของเชื้อเพลิงรถยนต์ดังที่ได้กล่าวไป จึงต้องกรวดขันการทำผิดกฎการจราจรของเครื่องยนต์อย่างเช่นพวกควันดำ โดยจะนำรถเหล่านี้ออกจากระบบโดยพักการใช้งาน ส่วนเรื่องของการกวดขันให้รถยนต์จอดให้ถูกที่ถูกเวลา ห้ามจอดในถนนสายหลักทำให้เกิดการไหลของการจราจรได้ดีขึ้น ทั้งในบริเวณที่ใกล้เคียงกับบริเวณที่มีการก่อสร้างรถไฟฟ้า เมื่อรถวิ่งดีขึ้นก็จะปล่อยมวลสารที่เป็นพิษน้อยกว่าบริเวณที่มีรถติด ส่วนมาตรการอื่น เช่น การฉีดน้ำ นั่นเป็นเพียงมาตรการที่เข้ามาเสริม แม้กระทั่งเมื่อวานที่ได้เข้าไปประชุมกับกรมทรัพยากรสิ่งแวดล้อม เขาก็เน้นประเด็นนี้เหมือนที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ที่เรามีคณะกองยาน ที่ช่วยลดการใช้รถยนต์ในมหาวิทยาลัย ผมคิดว่ามหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ของเรามาถูกทางและถ้าหากมีการนำโมเดลนี้ไปใช้ในทุกที่ไม่ว่าจะเป็นที่ทำงาน หรือสถานศึกษา หรือแม้แต่ที่บ้าน ทั้งเมืองทำแบบเดียวกัน ก็จะเหมือนกับน้ำที่ไหลไปทางเดียวกันทำให้มันไหลไปเร็วยิ่งขึ้น ต้องช่วยกันจึงจะประสบความสำเร็จ และอยากฝากไปทางผู้ใช้รถตอนที่ท่านจอดรอรับบุตรหลานขอให้ท่านดับเครื่อง เพราะจะเป็นการสร้างฝุ่นละอองที่จะเข้าไปในโรงเรียนมากยิ่งขึ้น ซึ่งตอนนี้มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ก็มีการใช้รถยนต์ขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้า ไม่ทำให้เกิดมลภาวะฝุ่นละออง
 
เมื่อมีฝนตกลงมาเรายังจะต้องกังวลกับปัญหาฝุ่นละอองนี้หรือไม่ หรือต้องผ่านไปกี่วันปัญหาฝุ่นละอองเหล่านี้ถึงจะกลับมาให้เรากังวลอีกครั้ง

     ฝนมีส่วนช่วยบ้าง แต่การจะให้ฝนตกหนักในช่วงเวลานี้เป็นเรื่องที่ยาก ผมเข้าใจว่ากรมการบินฝนหลวงและการเกษตร ได้เริ่มลงมือปฏิบัติอย่างเต็มที่โดยบินจากอู่ตะเภา และพยายามที่จะสร้างฝนเทียมแต่ด้วยสภาพอากาศที่จะทำให้เกิดผลเทียมก็ไม่สามารถทำให้เกิดฝนตกหนักเหมือนในช่วงฤดูฝนได้ ดังนั้นก็จะช่วยได้ส่วนหนึ่งเท่านั้น ซึ่งในอนาคตถ้าหากอากาศปิดและกรมการบินฝนหลวงไม่สามารถทำให้เกิดผลได้ปริมาณละอองฝุ่นก็ยิ่งเพิ่มมากขึ้น ดังนั้นตัวเราเองสำคัญที่สุดที่จะช่วยคนละไม้คนละมือช่วยกันลดฝุ่น ในระยะยาวผมอยากเห็นระบบขนส่งมวลชนที่ครอบคลุมทั่วกรุงเทพฯ มีการเดินทางที่ไม่จำเป็นต้องใช้รถยนต์ส่วนบุคคลมากนัก หรือมีการใช้รถยนต์ในการเดินทางใกล้ๆในบริเวณที่ไม่ไกลกันเช่นจากบ้านไปโรงเรียน ใช้เวลาในการขับรถน้อยลงการปลดปล่อยมวลสารก็จะต่ำลง นี่ก็อาจจะเป็นอีกแนวทางหนึ่งในอนาคตที่ควรต้องมาคุยกันว่าจะทำอย่างไร นี่คือสิ่งที่เราต้องมานั่งคิดกันว่าในอีก 5  ปี  10 ปี ในเขตกรุงเทพมหานครจะมีสภาพอากาศเป็นอย่างไรและจะมีปริมาณรถยนต์อย่างไร รถจะติดหนักกว่าเดิมหรือไม่ ณ วันนั้นก็จะเกิดความรุนแรงมากยิ่งขึ้น และสุดท้ายคนเมืองก็จะอยู่ในสภาพอากาศที่มีฝุ่นละอองเป็นเวลานานขึ้น จึงอยากฝากไว้ให้ช่วยกันแก้ไข

 

โครงการติดตามลักษณะทางอุตุนิยมวิทยาใกล้ผิวดินและมลสารทางอากาศสำหรับประเทศไทยเก็บรวบรวมจากKU Tower ซึ่งตั้งอยู่ในมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ คณะสิ่งแวดล้อม อาจารย์ช่วยเล่าให้ฟังถึงโครงการนี้สักนิดนึงค่ะ

   โครงการนี้เริ่มมา 4 ปีแล้ว เป็นความร่วมมือของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ โดยสถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำและการเกษตร (สสนก.) ซึ่งอุตุนิยมวิทยาใกล้ผิวดินและมลสารทางอากาศสำหรับประเทศไทย เราจำศึกษาตามแนวดิ่งขึ้นไป ไม่ใช่ศึกษาตามแนวราบ เป็นการศึกษาเฉพาะที่โดยเราจะดูการเคลื่อนตัวของเขาได้สร้าง KU Tower  ขึ้นมา ซึ่งมีความสูง 117 เมตร โดย 100เมตรข้างล่างเป็นตัวที่จะสัมผัสชั้นบรรยากาศที่ได้รับความร้อนและการเคลื่อนที่ของอากาศ อีกประการหนึ่งคือมันเป็นลิมิตของความสูงของสิ่งก่อสร้างที่อยู่บริเวณใกล้สนามบิน เราวัดอุตุนิยมวิทยาที่เกี่ยวข้องกับความเร็วลม อุณหภูมิ ความชื้น ความกดอากาศ ฝน อยู่บน KU Tower   5 ระดับความสูง ก๊าซและมลสารอื่นๆ 3 ระดับความสูง ข้อมูลเหล่านี้ถูกประมวลว่ามลสารหรือ Pollution มีส่วนหรือไม่ในอุตุนิยมวิทยา ตลอด 3 ปีที่ผ่านมาก็ได้ผลว่ามลสารเกี่ยวข้องกับอุตุนิยมวิทยา เมื่อไหร่ที่สภาพอากาศปิดความเข้มข้นของมลสารก็จะสูงขึ้น ในอดีตผมเคยวัดมลสารที่ตึกใบหยก สูงประมาณ 300 กว่าเมตรเราจะทราบความเข้มข้นของมลสารที่มันอยู่ ทำให้เรามีข้อมูลที่จะมาอธิบายลักษณะของปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นในช่วงนี้

ทรัพยากรสารสนเทศของสำนักหอสมุดที่เกี่ยวข้อง

ชื่อเรื่อง

  1. ฝุ่นละอองในบรรยากาศ / วิลาวรรณ์ คำหาญ
  2. มลพิษทางอากาศ [videorecording] = Air pollution / จัดทำโดย กองควบคุมและจัดการคุณภาพสิ่งแวดล้อม
  3. Air pollution: sources, impacts and controls.
  4. สิ่งแวดล้อม--เพื่ออนาคตคนกรุงเทพฯ / คณะผู้จัดทำ ยอดฤดี ปัทมะสุคนธ์ ... [และคนอื่น ๆ]
  5. Global Crises, Global Solutions
  6. Morphology and Elemental Composition of Fine Particulate Matters PM10 by SEM-EDS
  7. Advanced technique to reduce the emissions of particulate matter (PM)
  8. บทความวิชาการ-งานวิจัย สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำและการเกษตร (องค์กรมหาชน) / กรมชลประทาน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์
  9. การศึกษาการลดปริมาณควันดำจากเครื่องยนต์ดีเซลที่ใช้น้ำมันปาล์มดีเซลโดยการติดตั้งอุปกรณ์กรองควันดำ / บุญชัย ตันติกรกุล
  10. ทัศนคติของประชาชนที่ถูกจับปรับรถปล่อยควันดำเกินมาตรฐาน / จารุพร กลั่นกำเนิด และบุญจง ขาวสิทธิวงษ์
  11. หมอกควันและมลพิษทางอากาศในจังหวัดเชียงใหม่ / มงคล รายะนาคร
  12. จมูกอิเลกทรอนิกส์ยามเฝ้าคุณภาพอากาศ / จักราพิชญ์ อัตโน และอุดม ทิพาราช
  13. การทำนายการกระจายตัวของฝุ่นละอองจากโครงการก่อสร้างขนาดใหญ่ เพื่อการประเมินค่าดัชนีคุณภาพอากาศ / วัชรเดช ไทยวัฒน์
  14. มลพิษอากาศและการจัดการคุณภาพอากาศ / วนิดา จีนศาสตร์
  15. หลักการตรวจวัดและขั้นตอนการปรับเทียบสำหรับการตรวจวัดคุณภาพอากาศ / ส่วนคุณภาพอากาศในบรรยากาศ สำนักจัดการคุณภาพอากาศและเสียง กรมควบคุมมลพิษ